Pacific Money | Economy | South Asia

ถ่ายทอด บอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วัน นี้: A European FTA With India Is Not a Counterweight to China

โปรโมชั่น โบนัสเครดิตฟรี,สัญญาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นหลังจากกลุ่มโอเปก(OPEC)ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของอุปสงค์น้ำมันในปีนี้ ทั้งนี้ โอเปกออกรายงานประจำเดือนพ.ค.คาดการณ์ว่า อุปสงค์น้ำมันจะเพิ่มขึ้น 1.18 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยปรับเพิ่มขึ้น 50,000 บาร์เรลจากที่คาดการณ์ในเดือนที่แล้วนอกจากนี้ โอเปกยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันของโอเปกในปีนี้เช่นกัน อย่างไรก็ดี โอเปกคาดว่าการผลิตน้ำมันของโอเปกในปีหน้าจะมากกว่าอุปสงค์ในตลาดนอกจากนี้ ไทยสมายล์เตรียมจะเปิดจุดบินที่จีน ที่เมืองฉางชา ทำการบิน 7 วัน/สัปดาห์ โดยระหว่างนี้รออนุญาตจากทางการจีนจึงจะกำหนดว่าจะเริ่มบินเมื่อไร คาดว่าน่าจะทำการบินได้ในช่วงครึ่งหลังปีนี้ รวมทั้งจะเพิ่มจุดบินใหม่ ในอินเดีย และมาเลเซีย ด้วย"บริษัทตั้งเป้าหมายจะมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมราว 5 หมื่นล้านบาทในวันที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และมีแผนจะขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าให้ถึง 1,000 เมกะวัตต์ภายใน 2-3 ปี จากปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา 2 โครงการ กำลังการผลิต 11 เมกะวัตต์ รวมทั้งเตรียมซื้อใบอนุญาต ขายไฟฟ้า(PPA)และพัฒนาโรงไฟฟ้าภายในปีนี้อีก 15 เมกะวัตต์" ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความไม่แน่ใจเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกทรงตัวในเดือนเม.ย. ที่ระดับ 4.368 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่าย โดยก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ายอดค้าปลีกจะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนเม.ย.ทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีกำไรสุทธิของธุรกิจอาหาร 11 ล้านบาท ลดลงจำนวน 35 ล้านบาทหรือคิดเป็น 76.1%ทั้งนี้ ระหว่างชั่วโมงซื้อขายนักลงทุนให้ความสนใจ DW ในหลายกลุ่ม เช่น รับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้างและเทคโนโลยี ตัวอย่างเช่น ITD28C1510A TRUE28C1509A และ TPIP28C1509A เป็นต้น ขณะที่ Call DW บนหุ้น THAI บวกสวนตลาดตามหุ้นอ้างอิง หลังจากหุ้นอ้างอิงประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสแรกที่พลิกมามีกำไร ตัวอย่าง DW ที่เกี่ยวข้อง เช่น THAI28C1507A ซึ่งปรับตัวขึ้น +50% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวขึ้น +6.7% ขณะที่แรงขายหุ้น PTT กดดันราคา Call บนหุ้น PTT ให้ปรับตัวลง เช่น PTT28C1508A -17.4% เป็นต้นEnergy: ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 20,000 ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 20,500 ในขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ 19,400-19,500 เน้นการถือหุ้นหลักต่อเนื่อง PTT PTTEP PTTGC TOP BANPUราคาหุ้น บริษัท บริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) หรือ GENCO ณ เวลา 10.45 น.อยู่ที่ 2.62 บาท ลบ 0.32 บาท หรือ 10.88% มูลค่าการซื้อขาย 21.08 ล้านบาทขณะที่นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันพฤหัสบดี สหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนเม.ย. ส่วนวันศุกร์ สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) เดือนพ.ค., การผลิตภาคอุตสาหกรรม-อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนเม.ย. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงต้นเดือนพ.ค.จากรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกน JMT ฟันกำไร Q1/58 กว่า 36.89 ลบ. เผยรายได้จากการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพพุ่ง, สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่วันนี้ SCB มูลค่าสูงสุด 325.04 ลบ.บล.ซีไอเอ็มบี ระบุว่า SET หลุดต่ำกว่า 1,490 จุด จะมีกรอบด้านล่างที่ Low ที่ 1,484 จุด และหากหลุด 1,484 จุด จะเกิดสัญญาณขายซ้ำ และมีโอกาสเห็นการแกว่งตัวลงต่อได้ถึงระดับ 1,450 จุด ในภายหลัง สำหรับการเล่นเก็งกำไรลุ้นรีบาวด์ยังมองกลุ่ม พลังงานทดแทน ,รับเหมา สำหรับพอร์ตลงทุน ยังแนะนำให้รอสะสมหุ้นที่ระดับ 1,480 จุด ลงไปส่วนแผนงานในปีนี้บริษัทเตรียมงบลงทุนไว้ 400 ล้านบาท โดยจะใช้ในการเพิ่มจำนวนสาขาเป็น 17 สาขา จากเดิมมีสาขาอยู่ที่ 13 สาขา ทั้งในส่วนของระรินจินดา เวลล์เนส สปา และ Let s Relax Spa รวมทั้งอยู่ระหว่างการเจรจาเข้าซื้อกิจการสปาในประเทศ เป็นแบรนด์ระดับ 3 ดาว คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายในไตรมาส 3/58 น่าจะใช้เงินลงทุนไม่เกิน 100 ล้านบาททั้งนี้ แม้ในระยะสั้น จะมี sentiment เชิงลบจากกระแสต่อต้านร้าน 7-11 แต่เชื่อว่ายังไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยฯนักและจะกินระยะเวลาไม่นาน โดยจากการศึกษาพบว่า ทุกๆ ยอดขายที่หายไป 10% ในระยะเวลา 5 วัน จะมีผลต่อฐานกำไรราว 0.1% และ Fair value ลดลง 0.05 บาท (ตามตารางด้านหลัง), หุ้นยุโรปปิดวานนี้ร่วง วิตกตลาดบอนด์ถูกกระหน่ำขายบริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/58 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 76 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.25 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 52.27 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.17 บาทต่อหุ้น ขณะที่ ในไตรมาส 2/58 และไตรมาส 3/58 จะไม่มีการบันทึกการด้อยค่าทรัพย์สิน จากไตรมาส 1/58 ที่บันทึกการด้อยค่าทรัพย์สินเป็นเงิน 1.18 หมื่นล้านบาทสำหรับเครื่องบินแอร์บัส A340-600 จำนวน 6 ลำที่มีอายุ 8-10 ปี แต่จะมีการบันทึกด้อยค่าอีกครั้งในไตรมาส 4/58 สำหรับเครื่องบินโบอิ้ง 747-400 จำนวน 8 ลำ แต่จะไม่มากเท่าไตรมาสแรกที่ผ่านมา เพราะอายุเครื่องบินสูง 22 ปีส่วนการเสี่ยงทายผ้านุ่งนั้น นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่พระยาแรกนา ได้ตั้งสัตยาธิษฐานหยิบผ้านุ่งเสี่ยงทายได้ 4 คืบ พยากรณ์ว่าปีนี้น้ำจะมามากสักหน่อย นาในที่ดอนจะได้ผลบริบูรณ์ดี นาในที่ลุ่มอาจจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่ SENA รับรู้รายได้โครงการต่อเนื่อง Q1 กำไรพุ่งกว่า 120%นอกจากนี้ คาดกำไรสุทธิปี 2558 เติบโตเพิ่มขึ้น 67% จากปีก่อนเป็น 2,004 ล้านบาท และซื้อขายระดับ PER 2558 เพียง 9.1 เท่า เทียบกับกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่ 14.8 เท่า。

สำหรับในไตรมาส 1/2558 ไทยแอร์เอเชียได้รับเครื่องบินแอร์บัส เอ 320 ใหม่ประจำการฝูงบินเพิ่มอีก 2 ลำ รวมเป็น 42 ลำเมื่อสิ้นสุดไตรมาส โดยเพิ่ม 3 เส้นทางบินใหม่ภายในประเทศ คือ จากกรุงเทพฯ(ดอนเมือง) สู่น่าน เลย และร้อยเอ็ด เส้นทางละ 2 เที่ยวบินต่อวัน รวมทั้งเพิ่มความถี่บินในเส้นทางยอดนิยม จากกรุงเทพฯ(ดอนเมือง) สู่พนมเปญเป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน สู่นครพนม เป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน และภูเก็ต เป็น 13 เที่ยวบินต่อวันสำหรับการเข้าไปลงทุนในพม่าครั้งนี้บริษัทเห็นว่าโอกาสการเติบโตของพม่าโดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศรวมทั้งกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งล้วนแต่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทแถมเรายังได้รับการยกเว้นภาษี 7 ปีซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและเติบโตสูงในอนาคต。 ราคาหุ้น บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CSS ณ เวลา 10.45 น.อยู่ที่ 6.05 บาท ลบ 1.20 บาท หรือ 16.55% มูลค่าการซื้อขาย 14.55 ล้านบาท CPALL วิ่งแรงรอบ 6 เดือน เริ่มมีปัจจัยหนุน-กำไร Q2-Q3 โดดเด่นต่อเนื่องขณะที่ มองว่าอัพไซด์ของตลาดค่อนข้างจำกัด เนื่องจากทิศทางของเม็ดเงินไหลเข้ายังอ่อนแรง หลังจากวานนี้นักลงทุนต่างชาติขายในตลาด TFEX สูงถึง 9 พันสัญญา ส่งสัญญาณถึงมุมมองของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อตลาดหุ้นไทยในช่วงสั้นยังไม่ดีนัก ซึ่งจะกดดันต่อการลงทุนในหุ้นไทย ,ขณะที่ธุรกิจโรงแรมและอาหาร บริษัทฯได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น แม้ในช่วงที่เป็นโลว์ซีซั่น แต่ก็ยังมีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 81% จากเดิมอยู่ที่ประมาณ 60% โดยบริษัทเตรียมปรับเพิ่มอัตราค่าห้องพักในช่วงปลายปีหุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไร BDMS (ถูกปรับเพิ่มน้ำหนักใน MSCI Thailand มากที่สุดในรอบนี้), GFPT (คาดผ่านจุดต่ำสุดของผลประกอบการและเริ่มเห็นสัญญาณของการฟื้นตัว)คำแนะนำด้านระดับราคาค่าบริการ คาดว่าจะอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยสำหรับกลุ่มนักลงทุนขนาดกลางและขนาดเล็กที่ตลาดรวมคิดค่าคอมมิชชั่นในช่วง 0.15-0.25% แต่บริษัทมีข้อได้เปรียบด้านต้นทุน เพราะไม่มีการลงทุนตั้งห้องค้าขนาดใหญ่ และมีรายจ่ายค่าจ้างพนักงานค่อนข้างต่ำ เนื่องจากปัจจุบันใช้พนักงานเพียง 40 คน และไม่มีนโยบายซื้อตัวพนักงานของโบรกฯอื่น โดยเฉพาะมาร์เก็ตติ้งPACE ซื้อ ราคาดีดฟื้นตัวกลับปรับตัวลงแรง ด้วยแท่งเทียนรูปแบบ Bullish Piercing Line มีจังหวะเก็งกำไรตามการฟื้นตัว โดยมีแนวต้านแรกบริเวณ 2.84 บาท และแนวต้านถัดไปที่ 3.00 บาท,ขณะเดียวกันก็จะมีการรับมอบเครื่องบินใหม่อีก 5 ลำ ได้แก่ เครื่องบินโบอิ้ง 787 จำนวน 1 ลำในเดือนก.ค. เครื่องบินโบอิ้ง 777 จำนวน 2 ลำ รับมอบก.ค.และ ก.ย. และเครื่องบินแอร์บัส320-300 จำนวน 2 ลำ รับมอบ ต.ค.และพ.ย.ทำให้สิ้นปี 58 การบินไทยมีฝูงบิน จำนวน 89 ลำ จาก ณ สิ้น มี.ค.58 มีจำนวน 93 ลำ,สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/58 (มกราคม-มีนาคม) บริษัทฯ มีรายได้ 1,179.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนกำไรสุทธิทำได้ 95.39 ล้านบาท ลดลง 20.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 4/57 รายได้เพิ่มขึ้น 28.85% และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 436.28%USDM15:33.75 เราแนะนำเน้นการ Open Short ใน USDM15 ต่อเนื่องที่แนวต้าน 33.75-33.80 และมีแนวรับที่ 33.50 เป็นจุดขายทำกำไรสถานะ Shortหุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไร BDMS (ถูกปรับเพิ่มน้ำหนักใน MSCI Thailand มากที่สุดในรอบนี้), GFPT (คาดผ่านจุดต่ำสุดของผลประกอบการและเริ่มเห็นสัญญาณของการฟื้นตัว)คำแนะนำ ด้านบล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (13 พ.ค.) ว่าบริษัทมีกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1/58 เกิดจากยอดขายจากธุรกิจน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นจากปริมาณการขายที่สูงขึ้น อีกทั้งยอดขายจากธุรกิจ trading กากน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น จากปริมาณการขายและราคาขายที่สูงขึ้น และรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้า 22 MW/ชม. ซึ่งเริ่มการขายอย่างเป็นทางการตั้งแต่ต้นเดือนม.ค. 58SET Index ทดสอบจุดต่ำสุดเดิมที่ 1495 ถ้าหลุดแนวรับถัดไป 1470 1492 / 1490 1500 / 1505Energy: ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 20,000 ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 20,500 ในขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ 19,400-19,500 เน้นการถือหุ้นหลักต่อเนื่อง PTT PTTEP PTTGC TOP BANPU กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) จะเสนอรายงานผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการจัดระเบียบสังคม , แนะนำซื้อ RS โดยมีแนวรับที่ 13.70 และ 13.50 และมีแนวต้านที่ 15.00 และ 15.50 เป็นจุดขายทำกำไรGFPTรูปแบบสามเหลี่ยมขาขึ้นระยะกลางมีโอกาสเปลี่ยนเป็นแนวโน้มขึ้นถ้าผ่านแนวต้าน 13.00 บาท จังหวะซื้อเก็งกำไรเมื่อทะลุผ่าน 13.00 บาท คาดว่าจะทดสอบแนวต้านย่อย 13.60 บาท และมีเป้าหมายระยะกลาง 15.00-15.50 บาท ส่วนแรงซื้อขายสุทธิใน DW28 นักลงทุนซื้อสุทธิ Call DW บนหุ้นที่ปรับตัวลงแรง เช่น TPIP28C1509A 18.7 ล้านหน่วย และ TMB28C1507A 13.5 ล้านหน่วย ทั้งยังมี BJC28C1508A 11.2 ล้านหน่วยด้วย ส่วนแรงขายสุทธิ มีจำนวนเล็กน้อยใน BCP28C1507A 1.4 ล้านหน่วย SCB28C1507A 1.2 ล้านหน่วย และ TRUE28C1512A 1.1 ล้านหน่วย ตามลำดับปัจจุบันการผลิตน้ำมันดิบของแหล่ง Galoc ที่ดำเนินการโดย Nido Petroleum Limited (Nido) อยู่ที่ระดับ 6,500 บาร์เรล/วัน ขณะที่ Nido ถือหุ้นในแหล่งดังกล่าวราว 55% คิดเป็นสัดส่วนการผลิตน้ำมันดิบราว 4,000 บาร์เรล/วัน และอยู่ระหว่างเตรียมการเพื่อขุดหลุมสำรวจและผลิตใหม่เพิ่มเติมบล.แมคควอรี ผู้ออก DW28 เผย ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดช่วงเช้า ดัชนีหลักทรัพย์ SET50 ปิดเที่ยง +0.75% ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50M15 ปิดเที่ยง 0.53% อย่างไรก็ตามนักลงทุนเทรด SET50 Put เป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น S5028C1506B。

There is currently no way for India to take China’s place in the European Union’s economic relations.

A European FTA With India Is Not a Counterweight to China
Credit: Pixabay

As India and the European Commission formally resumed their Free Trade Agreement (FTA) negotiations this year, we witnessed a mushrooming of commentaries on the significance of the development. The torturous and inconclusive talks to reach such a deal had been abandoned years ago. They’ve been resurrected now, but what changed??

One line of argument is that the EU is seeking to balance China. While some of the European countries are increasingly critical of China at the political level, and growing more concerned about Chinese entities at the security level, the EU and its economic powerhouses remain intertwined with the Chinese economy. Thus, it is claimed by a part of the commentariat, enhancing economic relations with India would allow the EU to find a counterweight, to be overall less dependent on China for trade and investment. For instance, in vain pursuit of causation, some were quick to point out that in May, the announcement of the return to FTA negotiations with India was soon followed by a declaration that the EU was freezing the ratification of the Comprehensive Agreement on Investment with China.

This, however, is a fallacious argument. There is currently no way for India to take China’s place in the EU’s web of economic relations, in terms of the scale of both trade and investment. As for the latter, in 2019, the value of the EU’s FDI in China was 2.6 larger than its FDI in India (198.7 billion euro to 75.8 billion euro, respectively). Chinese FDI inflows into the EU were also overall larger than Indian FDI over the past years. While a 2020 Rhodium Group-MERICS report showed that Chinese FDI in Europe sharply declined in the 2017-2019 period, that does not necessarily mean Indian companies are comparable rivals when it comes to their capacity to invest in the EU. Moreover, what New Delhi and the EU are back to negotiating is a trade agreement (most probably focused on reducing tariffs on trade in goods), and not a deal to liberalize bilateral investment, although the EU is signaling its readiness to open talks on this front as well.

Speaking of trade: In 2020, the EU’s goods trade with China was worth nearly nine times its trade with India. As the EU Commission admits itself, India was “accounting for 1.8% of EU total trade in goods in 2020, well behind China,” the latter accounting for 16.1 percent of the EU’s trade. In 2019, the total EU-China goods trade was worth 7.2 times more than the total EU-India goods trade (561 billion euro to 77.8 billion euro); in 2018, it was 6.8 times larger (530.6 billion euro to 78 billion euro); in 2017, it was seven times larger (511.6 billion euro to 73 billion euro), and so on.?

Even if we fast-forward to the EU-India FTA, very optimistically assuming it is signed within a few years, China will long remain both a much richer consumer market than India, as well as a massively larger source of exports. It may be argued that the EU’s trade with India is much more healthy, balanced as it is between imports and exports, when compared to its trade with China, which is radically tilted toward a deficit. But this is hardly something that the votaries of the counterweight theory can pick up as a point in this discussion, as in some cases India simply does not produce the goods which China exports to the EU (or produces/exports them on a far smaller scale). Moreover, as a recent MERICS study shows,”‘the EU was strategically dependent on China for 659 of the 5,600 product categories,” such as certain APIs, metals, or electronic goods – meaning that it was importing them nearly only from China and that China had an overwhelming global market share of the same goods.?

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Explaining anything by adding “China” or “China-U.S.” to a text has become a sign of intellectual laziness on the part of some commentators. Like pointing to a shadow lurking behind any object, many commentators are now prone to see Chinese actions and the China-U.S. rivalry as explanations to key events across the world. To be sure, the rise of China and its growing tensions with the United States are of great global significance, but there is life outside Washington and Beijing (actually, most of life thrives outside them). Not every phenomenon can be reduced to the rivalry of those two powers.

The same applies to the return of EU-India FTA negotiations. They have a dynamic and reasons of their own. While significant in their own way and in their own league, they certainly cannot lead to India becoming China’s counterweight in European Union’s economic relations.