The Koreas | Security | East Asia

Pt เครื่องสล็อตลูกค้าสากล: Could More Powerful South Korean Ballistic Missiles Actually Help North Korea?

สล็อต โปร โม ชั่ น,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ปิดวันทำการล่าสุด (2 ก.ย.) ที่ 906.00 จุด ลดลง 5.00 จุด หรือ 0.55% ดัชนี 1,382.06 เปลี่ยนแปลง +9.61 จุด มูลค่าการซื้อขาย 21,032 ลบ.EVER (1.23 บาท)สัญญาณ: ซื้อต่อเนื่องเครื่องชี้: ดีแนะนำ: เก็งกำไรเร็วความเห็น: แรงเหวี่ยง 1.32; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 1.23 , SET Index ย่อลงมาทดสอบระดับ 1,355 จุด ก่อนฟื้นตัวตามตลาดภูมิภาคขึ้นมาปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,370.88 จุด +8.49 จุด (+0.62%) ด้วยมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นมาที่ 21,316.80 ลบ.ส่วนทางด้านแรงซื้อขายสุทธิใน DW28 วานนี้ มีแรงซื้อสุทธิใน PTTE28C1512B 3.5 ล้านหน่วย จากการที่หุ้นอ้างอิงปรับตัวลงแรง นอกจากนี้ ยังมีแรงซื้อสุทธิใน IVL28C1511A 3.0 ล้านหน่วย และ KTB28C1512A 2.5 ล้านหน่วย ส่วนทางด้านแรงขายสุทธิ ปริมาณค่อนข้างเบาบาง นำโดย S5028P1509C S5028C1510A และ JAS28C1510A ตามลำดับSahamitr Pressure Contain (SMPC TB; THB 5.35) ซื้อแมคควอรี DW28 กล่าวถึงตลาด DW ในช่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่านักลงทุนกระจายการลงทุนใน DW บนหุ้นรายตัวมากขึ้น โดยสามารถดูรายละเอียดได้จาก DW Turnover Distribution ที่ www.mqwarrants.co.th ซึ่งวันนี้นักลงทุนซื้อขายใน DW ที่อ้างอิง SET50 34.3% PTTEP 7.1% AOT 5.1% และ ITD 4.8% เป็นต้น ยกตัวอย่าง DW28 ที่เกี่ยวข้องได้แก่ S5028C1510A S5028P1509C S5028P1510B PTTE28C1512B AOT28C1601A และ ITD28C1512A เป็นต้นแนะนำซื้อ AKR โดยมีแนวรับที่ 1.85 และ 1.84 และมีแนวต้านที่ 2.00 และ 2.14 เป็นจุดขายทำกำไรราคาปิด 19.80 แนวรับ 19.50-19 แนวต้าน 21-21.50 , 22-23ที่มาอินโฟเควสท์ประเมินดัชนีมีแนวผันผวนในแดนบวก ด้วยมุมมองเชิงเทคนิค คาดSET มีโอกาสกลับไปแนวต้าน 1,387 จุดในภาคบ่าย เราแนะนำเก็งกำไรหุ้น laggard เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดเช่น THCOM, SCCC, TPIPL และ BDMS สำหรับหุ้นที่แนะนำทยอยสะสมคือหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เพื่อรอเม็ดเงินจากภาครัฐในระยะกลาง。 แนะนำซื้อ EA โดยมีแนวรับที่ 20.60 และ 20.40 และมีแนวต้านที่ 21.20 และ 22.00 เป็นจุดขายทำกำไรRes 13.00-13.90 / Sup 11.60นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าหมายจะมีสัดส่วนกำไรจากธุรกิจ Non-Oil เพิ่มเป็น 10-15% ในปี 61 จากปีนี้ที่ไม่ถึงระดับ 1 % หลังเตรียมขยายสาขา MAX MART ให้เป็น 50 สาขาในปีนี้ และปี 59 เตรียมขยายอีก 50 สาขา ขณะที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทย ก็จะขยายสาขาอย่างต่อเนื่องด้วย รวมถึงยังมีแผนรุกธุรกิจผลิตไฟฟ้า และธุรกิจอื่นๆเพิ่มขึ้น โดยวางเป้าหมายจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าแตะระดับ 100 MW ภายในปี 60 จากปัจจุบันที่ยังไม่มีโครงการผลิตไฟฟ้าเลยRSI ได้แสดงถึงทิศทาง Positive อย่างชัดเจนเกินขึ้น โดยอยู่ในระหว่างทดสอบแนวต้านสำคัญของ EMA 25 วันที่บริเวณ 12.60 บาทเพื่อเป็นสัญญาณซื้อหรือสัญญาณ Technical Rebound รอบใหญ่ๆน.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย)กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นกว่า 10 จุด เป็นไปในทิศทางเดียวกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์ที่ขณะนี้ได้อยู่ในแดนบวก,ทั้งนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและความงาม ยังสามารถทำยอดขายเติบโตอย่างโดดเด่น และสามารถทวงตำแหน่งผู้นำในตลาดเครื่องดื่มฟังชั่นนอลดริ้งกลับมาได้ ขณะที่เครื่องดื่มว่านหางจระเข้ สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ โดยยังเห็นโอกาสการขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง,ด้านนายประพล พรประภา กรรมการผู้จัดการ TK กล่าวว่า บริษัท ทีเค เงินทันใจ เป็นบริษัทลูกใหม่ล่าสุดที่เพิ่งก่อตั้งภายใต้กลุ่ม TK เพื่อดำเนินธุรกิจบริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ โดยมีทุนจดทะเบียนที่ 50 ล้านบาท และภายใต้ข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัทฯ สามารถกู้ยืมได้อีก 7 เท่าของทุนจดทะเบียน เมื่อรวมกับทุนจดทะเบียนแล้ว จะทำให้บริษัทฯ สามารถให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ได้ในวงเงิน 400 ล้านบาทโดย ทีเค เงินทันใจ นี้เป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ โดยไม่สามารถให้บริการรับฝากเงินได้เหมือนกับสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นนโยบายของภาครัฐที่ต้องการให้ภาคเอกชนมีส่วนให้บริการสินเชื่อแก่กลุ่มลูกค้าที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก โดยบริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์นี้ ถือเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้มีเม็ดเงินกระจายสู่ธุรกิจรากหญ้าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศส่วนดัชนี PMI ภาคบริการของจีนในเดือนส.ค.ลดลงแตะ 53.4 จาก 53.9 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวอ่อนแรงอย่างต่อเนื่องของภาคบริการหุ้นกลุ่มสุขภาพปรับตัวขึ้น นำโดยหุ้นแกล็คโซสมิธไคลน์ ปรับขึ้น 1.9% ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นเช่นกัน นำโดยหุ้นยูนิเครดิต และหุ้นอินเทซา ซานเปาโล ที่ต่างก็ปรับตัวขึ้นกว่า 1.5%。

ด้านมาร์กิตระบุว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 53.0 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 22 เดือน จากระดับ 53.8 ในเดือนก.ค.นอกจากนี้ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลยูโร และดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลดีต่อบริษัทในฐานะผู้ส่งออก เพราะยอดขายหลักมาจากการส่งออก 80-90% อีกทั้งมองว่าภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังมีความชัดเจนมากขึ้น จากการที่ภาครัฐบาลเตรียมมาตรการออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทโดยเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดในปัจจุบัน สามารถควบคุมมลภาวะและจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การกำจัดซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และฝุ่น ทำได้เกินกว่ามาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด โดยเฉพาะการควบคุมคาร์บอนไดออกไซด์นั้น สามารถลดลงได้สูงถึง 33% เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีเดิม รวมทั้งถ่านหิน ยังถือเป็นเชื้อเพลิงที่ราคามีเสถียรภาพและไม่แพงเพราะมีปริมาณสำรองสูงสามารถใช้ได้ถึง 200 ปี ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจะต่ำกว่าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเงินค่าไฟฟ้าได้สูงถึงปีละ 9,000 ล้านบาท、 STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 88.00 ลงไปแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (2 ก.ย.) เชื่อว่าตลาดมีโอกาสที่จะปรับตัวลงต่อ พร้อมให้แนวรับ 1,350 จุด ส่วนแนวต้าน 1,370 จุด,แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (2 ก.ย.) เชื่อว่าตลาดมีโอกาสที่จะปรับตัวลงต่อ พร้อมให้แนวรับ 1,350 จุด ส่วนแนวต้าน 1,370 จุดBRU15/1,810 Short ตอนเช้ายังไม่ได้ รอเข้าใหม่ที่ 1,845 บาท เป้าหมายทำกำไร 30-40 บาท ตัดขาดทุนเหนือ 1,860 บาท。 ทั้งนี้ บริษัทมีวัตถุประสงค์ในการนำเงินที่ได้รับจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจของบริษัท และ/หรือเพื่อการนำไปใช้ในการบงทุน รวมทั้งเพื่อลดต้นทุนทางการเงินของบริษัท การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้เป็นที่จับตามองและมีความคาดหวังสูง ประกอบกับเป็นช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ดังนั้นการเร่งรัดงานให้รวดเร็วจะต้องมีความรอบคอบและรัดกุมด้วย โดยเฉพาะการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ นายออมสิน กล่าวอย่างไรก็ตามสำหรับประเด็นข้อสงสัยที่จะต้องสอบปากคำจากพยานเพิ่มเติมก็จะพิจารณาทั้งในเรื่องของการโอนหุ้นบางตัวที่จะต้องตรวจสอบให้ละเอียดรอบคอบมากขึ้น และในส่วนของสาเหตุการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ ด้วยSTOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 1.06 ลงไป ก.พลังงาน เล็งเพิ่มเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดเป็นเชื้อเพลิง,ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าต่างๆ ได้แก่ การเจรจาเข้าถือหุ้น หรือซื้อโรงไฟฟ้าไบโอแมส 2 โรง กำลังการผลิต 20 MW, ลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ กำลังการผลิต 5 MW ที่จะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 18-20 เดือน มีมูลค่าการลงทุนราว 600 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดจะจะสรุปภายในเดือนก.ย. นี้ โดยหากได้ข้อสรุป และเข้าซื้อกิจการแล้วก็จะสามารถรับรู้รายได้ทันทีในปีนี่ นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจาโรงไฟฟ้าไบโอแมสอีก 2-3 โรง กำลังการผลิต 20-30 MW ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในปี 59 หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ แบ่งเป็น การลงทุนของรัฐ รับเหมาฯ CK PYLON และการอัดฉีดเงินให้ผู้มีรายได้น้อย AEONTS SAWAD ส่วนกลุ่มค้าปลีกแม้จะถูก Sell on Fact เมื่อวาน แต่มองการย่อตัวเป็นจังหวะให้ซื้อสะสมอีกครั้ง GLOBAL HMPROนายสุรศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการรุกตลาดในต่างประเทศ บริษัทยังคงบริหารงานโดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการขยายตลาดใหม่ ๆ ในต่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงให้กับธุรกิจ โดยเฉพาะในแถบประเทศที่กำลังพัฒนาในโซนแอฟริกา และเอเชีย เนื่องจากยังมีความต้องการใช้ LPG เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจในหลายประเทศที่ขยายตัว ประกอบกับราคา LPG ในตลาดโลกเริ่มปรับตัวลดลง ทำให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนหันมาใช้ LPG เป็นเชื้อเพลิงมากขึ้น จึงมองว่าเป็นโอกาสในการขยายฐานสร้างรายได้ให้กว้างยิ่งขึ้น。

The U.S. decision to lift restrictions on South Korean missile development could be a blessing in disguise for Pyongyang.

Could More Powerful South Korean Ballistic Missiles Actually Help North Korea?
Credit: Depositphotos

Following a meeting between U.S. President Joe Biden and his South Korean counterpart Moon Jae-in on May 21, it was announced that the United States had agreed to lift restrictions imposed on South Korea’s development of ballistic missiles. These restrictions had been gradually relaxed since 2001 to allow South Korea to field longer ranged ground-based missiles with heavier warheads. The lifting of restrictions entirely opens up the possibility of a much more ambitious missile program capable of launching precision strikes across Northeast Asia – and possibly much farther.

North Korea responded on May 31 by condemning the relaxation of restrictions, with the state-run Korean Central News Agency (KCNA) stating: “It is an apparently deliberate and hostile act that the U.S. lifted the firing range limit, not content with the removal of the warhead weight limit through the approval of several revised ‘missile guidelines.’ The termination of the ‘missile guidelines’ clearly shows who is behind the escalation of tension on the Korean peninsula.”

The article warned that this could allow South Korea to develop hypersonic, submarine launched, and even intercontinental ranged ballistic missiles in a short period, claiming that Washington was seeking to intensify the arms race on the Korean Peninsula by giving Seoul the green light to move ahead with its missile program. Such a possibility was described as “disturbing.” The North Korean state media outlet further claimed that the move was a sign of double standards regarding which of the Koreas is permitted to develop ballistic missile capabilities, stating: “The U.S., doggedly branding the measures taken by the DPRK [Democratic People’s Republic of Korea – the official name of North Korea] for self-defense as violations of U.N. ‘resolution,’ grants its allies unlimited rights to missile development. It is engrossed in confrontation despite its lip-service to dialogue. The termination step is a stark reminder of the U.S. hostile policy toward the DPRK and its shameful double-dealing.”

While an unrestricted South Korean ballistic missile program may initially appear to threaten the North, with which Seoul and Washington have been technically at war for over 70 years, assessing the full implications of a less restricted South Korea missile program indicates it may in fact strengthen Pyongyang’s position for multiple reasons.

First, the existing range restrictions for South Korean missiles already allow it to field munitions that can strike anywhere on the Korean Peninsula with warheads of any size – with its latest missiles deploying exceptionally large two ton warheads. This means a lifting of restrictions may not actually have any notable impact on the South’s ability to strike the North, in contrast to the previous loosening of restrictions in 2012 and 2017. The former amendment to restrictions allowed South Korea to field missiles with a range of up to 800 km, which was enough to comfortably cover all of North Korea from almost any launching point the South, while the latter removed all restrictions on warhead weight. Any missile designs that are actually affected by the recent abolition of restrictions will thus likely be focused on striking targets beyond the Korean Peninsula – a capability that will not necessarily harm Pyongyang’s interests.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The lifting of missile restrictions notably comes as part of a growing trend toward greater autonomy for South Korea’s armed forces, with Seoul expected to gain wartime operational command over its military in 2022, when a decades-long arrangement that placed its assets under U.S. wartime command comes to an end. This trend could well lead to a reduced dependence on Washington for protection, and in turn provide Seoul with greater room to conduct policy independently. This has particularly significant implications for its relations with China and North Korea.

China is South Korea’s largest trading partner by a significant margin, but Seoul has come under increasing U.S. pressure to take a hard line against Beijing. The U.S. deployment of THAAD air defenses to South Korea from 2016, and the serious harm this did to diplomatic and economic ties between Seoul and Beijing, provides an example of precisely the kind of situation South Korea hopes to avoid as China-U.S. relations worsen – and greater military independence could better allow it to stay out of a similar predicament in the future.

Furthermore, with South Korea’s ability to improve ties with the North effectively restricted by the U.S., despite the Moon administration having had a strong popular mandate for inter-Korean rapprochement, greater independence from Washington in defense could well facilitate more independence in this area of policymaking as well. South Korea is already considered by some assessments to be one of the world’s five or six most capable military powers, and with command of its own armed forces, an increasingly self-reliant defense sector, and a long-range ballistic missile deterrent the argument that it need depend on U.S. protection would be weakened – thus potentially loosening Washington’s leverage over policy.

Beyond the potential effects the removal of ballistic missile restrictions could have on Seoul’s strategic position, it could also go a long way toward effectively legitimizing North Korea’s own ballistic missile program. Western-led efforts to arbitrarily label North Korea’s development of ballistic missiles as “provocative” have often struggled to stand up to scrutiny, with very similar missile tests in India, Pakistan, Israel, and the West itself treated as normal and legitimate and receiving entirely different coverage. The only outstanding difference between North Korea’s missile program, and those of the three other nuclear weapons states not sanctioned by the Treaty on the Non-Proliferation of Nuclear Weapons, is that Pyongyang’s program is aimed at restricting the military freedom of action of Western states through deterrence. The others, by contrast, are all aimed at deterring non-Western neighboring states in South Asia and the Middle East, and are therefore considered acceptable in the Western-dominated discourse on the issue.

A powerful South Korean missile arsenal would emphasize these double standards with an example much closer to home for Pyongyang, and effectively underline that claims a North Korean missile deterrent is provocative and unacceptable are arbitrary – since the South would be doing precisely the same. A South Korean long ranged missile program could make that of the North look much more legitimate – and do so without significantly harming North Korean security.

While Pyongyang will protest the possibility of an expanded South Korean ballistic missile deterrent, and will seek to use Washington’s green light to an expansion of Seoul’s arsenal and capabilities to highlight the double standards under which its own arsenal has been condemned, in the medium term North Korea’s position is likely to only be strengthened. The extent to which Seoul may seek to increasingly assert its independence from Washington as the country takes greater responsibility for its own defense, as trade with China becomes increasingly central to its economic interests, and as the economic benefits of potential rapprochement with Pyongyang remain alluring, is yet to be seen.