Interviews | Diplomacy | Politics | East Asia

destiny 2 new light steam: Former Indian Foreign Secretary Vijay Gokhale on the Tiananmen Square Massacre

เช็ค ตาราง บอล วัน นี้, นักลงทุนหันเทรด DW บนหุ้นรายตัวเน้นกลุ่มพลังงานและไอซีทีนายสมนึก ตันฑเทอดธรรม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ NCH เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจยอดขายปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 2.7 พันล้านบาท โดยในช่วง 9 เดือนแรกทำยอดขายได้แล้วเกือบ 2 พันล้านบาท ,ปัจจุบันบริษัทฯกำลังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรหลายราย เพื่อร่วมทุนขยายธุรกิจต่อยอดรายได้ อันเป็นช่องว่างหลักสำหรับสินค้าของบริษัทที่เป็นรายได้เนื่องจากงานโครงการและงานขายที่มีความไม่สม่ำเสมอ คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ทั้งนี้ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังคงต่ำกว่าระดับ 300,000 รายเป็นเวลามากกว่า 6 เดือนแล้ว ซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดในรอบกว่า 40 ปี และเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่งส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ ซึ่งสามารถวัดแนวโน้มตลาดแรงงานได้ดีกว่าเพราะมีความผันผวนน้อยกว่าตัวเลขรายสัปดาห์นั้น ลดลง 3,000 ราย สู่ระดับ 267,500 ราย AQ แจง ปธ.บอร์ด-กรรมการลาออกไม่กระทบแผนธุรกิจ, AQ แจง ปธ.บอร์ด-กรรมการลาออกไม่กระทบแผนธุรกิจหลังจากนั้น ในวันที่ 22 ต.ค.58 จะเปิดให้ยื่นเอกสารคำขอเพื่อเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz จากนั้น สำนักงานจะดำเนินการพิจารณาคุณสมบัติ และจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติที่มีสิทธิเข้าร่วมการประมูลภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับเอกสารครบถ้วน และจะจัดให้มีการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ภายในวันที่ 15 ธ.ค.58 นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับนี้ไปจนถึงปลายปี หลังสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ภาพรวมของราคาทองคำยังคงแกว่งตัวอยู่ในกรอบแนวรับ 19,000-19,100 บาท แนวต้าน 19,800-20,000 บาท ภายใต้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวประมาณ 35-36 บาทต่อดอลลาร์ ด้านราคาทองคำในตลาดโลกประเมินกรอบแนวรับที่ 1,170 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวต้าน 1,250-1,300 บาทต่อออนซ์ ขณะที่การลงทุนแนะนำว่าควรเป็นการลงทุนแบบเก็งกำไรในระยะสั้นสำหรับการปิดระบบเพื่อทดสอบแผนการกู้คืนระบบในภาวะฉุกเฉินในครั้งนี้ช่องทางบริการทางการเงินที่จะทำให้ลูกค้าไม่สามารถใช้บริการในวันและช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ได้แก่สาขาธนาคารออมสิน, หน่วยให้บริการธนาคารออมสิน, เครื่องฝากเงินสดอัตโนมัติ (ADM) รวมถึงการใช้บัตรออมสิน ATM, บัตรออมสินวีซ่า เดบิต, บัตรออมสินวีซ่า เดบิต อีเลคตรอน, บัตรออมสินวีซ่า เดบิต สมาร์ทไลฟ์,บัตรออมสินวีซ่า เดบิต สมาร์ท แคร์, บัตรออมสิน เอทีเอ็ม พอเพียง, บัตรลดหนี้ วินัยดี มีวงเงินซึ่งจะไม่สามารถใช้กับเครื่อง ATM และเครื่องอิเลกทรอนิกส์ของธนาคารออมสินและทุกธนาคารได้ในช่วงเวลาดังกล่าวค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 119.96 เยน จาก 119.92 เยน และลดลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9669 ฟรังก์ จาก 0.9728 ฟรังก์ ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7252 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7205 ดอลลาร์แนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้าเชื่อว่าตลาดมีโอกาสที่จะฟื้นตัวต่อได้ โดยมีแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่จะเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารหน้า พร้อมให้แนวรับ 1,400-1,390 จุด ส่วนแนวต้าน 1,425-1,442 จุดรวมทั้ง อนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัทโดยมีมูลค่ารวมของหุ้นกู้ทั้งระยะสั้นและระยะยาวที่ยังไม่ไถ่ถอน ณ ขณะเวลาใดขณะหนึ่ง กำหนดไว้ไม่เกิน 2,000 ล้านบาท โดยเสนอขายภายในประเทศต่อประชาชนทั่วไป และ/หรือเสนอขายในกรณีจากัด และ/หรือเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนประเภทสถาบันและ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งอาจแบ่งเป็นการเสนอขายในครั้งเดียว หรือหลายครั้งก็ได้ และให้นาเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2558 เพื่อพิจารณาอนุมัติ,แนวรับ 17.40 แนวต้าน 18.50ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50Z15 ปิดเที่ยง -0.1% สำหรับ DW28 ที่เกี่ยวข้องที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน ได้แก่ S5028C1511A และ S5028P1511A ส่วน DW บนหุ้น PTT นักลงทุนให้ความสนใจทั้ง Call และ Put เช่นกัน เช่น PTT28C1602A และ PTT28P1602ATHCOM (Bt 32.50 เป้าเทคนิค 33.5-35 cut loss ถ้าหลุด 31)。 ขณะที่กลุ่มที่นักลงทุนถือข้ามวัน อยู่ในกลุ่ม DW บนหุ้นขนาดกลาง โดยข้อมูล DW28 ในวันศุกร์ระบุว่านักลงทุนซื้อสุทธิ WHA28C1512A 4.3 ล้านหน่วย SAMA28C1601A 2.8 ล้านหน่วย TPIP28C1601A 2.7 ล้านหน่วย และ PS28C1511A 2.3 ล้านหน่วย ส่วนแรงขายสุทธิอยู่ในกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้ เช่น JAS28C1511A 7.6 ล้านหน่วย TRUE28C1601A 5.3 ล้านหน่วย นอกจากนี้ยังมีแรงขายสุทธิใน S5028P1510B อีกด้วยสำหรับธุรกิจกลุ่มเครื่องจักรกลการเกษตรในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทฯเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดอีก 2-3 ผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มรายได้และกระจายความเสี่ยง โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจเกษตรปีนี้จะอยู่ที่ 10% ของรายได้รวม และปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มเป็น 20% ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯได้เปิดตัวไปแล้ว 4 ผลิตภัณฑ์ คือ 1.เครื่องฆ่ามอดข้าวและไข่ข้าว 2.เครื่องปลูกมันสำปะหลัง 3.เครื่องสีข้าวชุมชน 4.เครื่องรีดยางพาราหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ตามสื่อประชาสัมพันธ์ของธนาคารออมสินทุกช่องทาง ได้แก่ Websitewww.gsb.or.th,Facebook : GSB Society, Official Line : GSB ธนาคารออมสิน หรือหากมีข้อสงสัยต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ สามารถสอบถามได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ธนาคารออมสิน Call Center โทร.1115 หรือ MyMo Call Center โทร.1143สำหรับเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนดังกล่าวบริษัทจะนำมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ทั้งโครงการที่อยู่ในระหว่างพัฒนา เช่น โครงการแลนด์มาร์ค มหาชัย รวมถึงเพื่อรองรับการเข้าประมูล หรือรับงานโครงการรับเหมาก่อสร้างใหม่ ๆ ทั้งโครงการขนาดกลางจนถึงโครงการขนาดใหญ่ ทั้งทางภาครัฐ และเอกชน ที่เริ่มมีการทยอยอนุมัติโครงการต่าง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และเมกะโปรเจกต์ต่าง ๆ ซึ่งบริษัทฯมีโอกาสในการที่จะเข้าไปรับงานดังกล่าวในหลายโครงการ ซึ่งในบางโครงการก็มีความคืบหน้าไปมากแล้ว โดยเงินทุนดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือทางด้านฐานะการเงินของบริษัทฯ อีกด้วย。

เช็ค ตาราง บอล วัน นี้, IFEC เตรียมลงทุนพัฒนาผลิตไฟฟ้าพลังงานลมมูลค่าไม่เกิน 800 ลบ.ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 73-78 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนาเก็งกาไรในกรอบดังกล่าวไปก่อนส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 72.50 บาท STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 1.38 ลงไปด้านตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียวันนี้มีการเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยปัจจัยนอกประเทศที่จะต้องติดตามก็เป็นเรื่องเศรษฐกิจของจีน และของสหรัฐฯ ซึ่งคำแนะนำ: เน้นการขายทำกำไร Open Long ใน S50U15 ออกไปก่อนที่บริเวณแนวต้านสำคัญ 922-925 และมีแนวรับที่ 915 ถ้าหลุดจะมีโอกาสปรับตัวลดลงต่อเนื่องไปทดสอบ 908-910นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังมีมติแต่งตั้ง บล.เคทีบี (ประเทศไทย)เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อทำหน้าที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทฯ ต่อผู้ถือหุ้น ตามประกาศรายการได้มาหรือจำหน่ายไป,อนึ่ง J เป็นผู้ดำเนินธุรกิจบริหารพื้นที่ของห้างสรรพสินค้า และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ News Summary: สรุปข่าวประจำวันที่ 8 ต.ค.58, ส่วนเงินยูโรช่วงเย็นนี้อยู่ที่ระดับ1.1298 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1252 ดอลลาร์/ยูโรสำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ นายสุทธิพงษ์ ศรีพรประเสริฐ นักวิเคราะห์การลงทุน บล.โกลเบล็ก จำกัดเปิดเผยว่าราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาได้อีกครั้งหลังปรับลงต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เนื่องจากตลาดแรงงานยังคงอ่อนแอจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในเดือนก.ย.ที่เพิ่มขึ้นเพียง 142,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 200,000 ตำแหน่ง ,สำหรับธุรกิจกลุ่มเครื่องจักรกลการเกษตรในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทฯเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดอีก 2-3 ผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มรายได้และกระจายความเสี่ยง โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจเกษตรปีนี้จะอยู่ที่ 10% ของรายได้รวม และปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มเป็น 20% ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯได้เปิดตัวไปแล้ว 4 ผลิตภัณฑ์ คือ 1.เครื่องฆ่ามอดข้าวและไข่ข้าว 2.เครื่องปลูกมันสำปะหลัง 3.เครื่องสีข้าวชุมชน 4.เครื่องรีดยางพารา กลยุทธ์ระยะสั้น ขึ้นขาย-ลงซื้อในกรอบ โดยยังคงสัดส่วนการถือหุ้นที่ระดับไม่เกิน 20% ของทั้งหมดกลุ่มหุ้นที่ดูน่าสนใจและคาดว่าจะมีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาดยังคงเป็นหุ้นที่ได้ผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างกลุ่มรับเหมาฯและวัสดุก่อสร้าง (SCC CK STEC UNIQ) และกลุ่มอสังหาฯ (PS) กลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศอย่าง CPALL KTC รวมไปถึง หุ้นที่ปรับตัวลงมาแรง และเป็นตัวเลือกแรกๆของต่างชาติ หากการกลับมาของต่างชาติมีความต่อเนื่อง เช่น KBANK, ADVANC หรือ PTTบล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ (12 ต.ค.) ว่า TFG มีแผนที่จะลงทุนซื้อเครื่องจักรและปรับปรุงโรงงานเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในด้านกระบวนการผลิตชิ้นส่วนไก่ เครื่องหมัก และเครื่องตกแต่งชิ้นส่วนเป็นต้น คาดว่าจะใช้เงิน 200 ล้านบาท และแล้วเสร็จในไตรมาส 4/58,สืบเนื่องจากทางบริษัท สายใยแผ่นดินได้รับการว่าจ้างจากกิจการร่วมค้า เอสเอช-ยูเอ็น (SH-UN JV) ผู้รับจ้างในสัญญาที่ 3 งานโยธา (ยกระดับ) ช่วงเตาปูน-ท่าพระ (ระยะทาง 11.04 กิโลเมตร) มูลค่าสัญญา 10,846,076,250.41 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ให้ดำเนินการรื้อย้ายและก่อสร้างท่อร้อยสายโทรศัพท์-เคเบิลใต้ดิน และระบบสื่อสารใหม่เพื่อทดแทนของเดิมที่ถูกรื้อย้าย วงเงินจ้างแบบเหมารวม (Lump sum) 280 ล้านบาท โดยลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2554ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 97-110 บาท คาดว่าจะยังไมมี่ทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อนส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 96.50 บาทพร้อมกันนี้ บริษัทได้แต่งตั้งกรรมการเพื่อทดแทนกรรมการที่ลาออก ประกอบไปด้วย 1. นายสุทัศน์ จันกิ่งทอง 2. น.ส.รัญชนา รัชตะนาวิน และ 3.น.ส.ประภัสสร มงคลมะไฟ TEAM ซื้อ ราคาหุ้นมีจังหวะแกว่งฟื้นตัวขึ้นทะลุกรอบรูปแบบ Bullish Flag กลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 3 เดือนได้อีกครั้ง สอดคล้องกับเครื่องมือ MACD ที่ตัด Signal ขึ้นใกล้เป็นบวก เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 2.10 บาท และเป้าหมายถัดไปที่ 2.20 บาททั้งนี้ จากคาดการณ์ดังกล่าวเชื่อว่ากลุ่มธนาคารจะพักฐานต่อไป การลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารอยู่บนความคาดหวังของเศรษฐกิจในปี 2016 และบนความเสี่ยงและความหวังดังกล่าว เชื่อว่า KBANK เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในกลุ่มตอนนี้。

“For a brief moment in time there was a spirit of openness and questioning, and I saw a side of the Chinese people that I have had no occasion to see again.”

Former Indian Foreign Secretary Vijay Gokhale on the Tiananmen Square Massacre
Credit: Flickr/AK Rockefeller

Reflecting on the brutal 1989 crackdown by the People’s Liberation Army on protesting students and activists who had occupied Beijing’s sprawling Tiananmen Square, Chinese writer Ma Jian once wrote “We were all victims of the massacre, whether we survived 4 June or not. Fear and avarice were crushing morality.” More than three decades later, as news of the Chinese Communist Party’s (CCP) repression in Xinjiang and Hong Kong becomes alarmingly commonplace, it is hard not to think of the past as prologue, that massacre was harbinger of the CCP’s slow but steady turn toward totalitarianism, now so starkly evident. The party’s fear and avarice continue to crush morality, with even greater impunity.

But because of this very link between the CCP’s past and present penchant for brutal silencing of dissenting voices, interest in the events of the spring of 1989 continues unabated, with new accounts of the massacre and the events leading up to it emerging in the recent years. A new book, “Tiananmen Square, The Making of a Protest: A Diplomat Looks Back,” by former Indian Foreign Secretary Vijay Gokhale greatly adds to this collection. A diplomat’s analysis shaped by firsthand experience – Gokhale was posted in the Indian Embassy in Beijing at the time, and later served as India’s ambassador to China – the book is, simultaneously, an excellent introduction to a tumultuous period in CCP history as well as a window into how senior Indian officials view the party and its beliefs.

In an email interview with The Diplomat’s Security & Defense Editor Abhijnan Rej, Gokhale discusses the massacre, how it was perceived abroad, and the long shadow it cast over China’s subsequent evolution.

You were posted in Beijing as an Indian diplomat during the events of 1989 in Tiananmen Square. What is the one memory from that time that is still vivid for you?

This event was a defining moment in Chinese politics. I still vividly recall the situation as if it were yesterday, and have dwelt on it in my new book. The abiding memory is of the thousands of Chinese students who came to the Square day after day to demonstrate peacefully. For a brief moment in time there was a spirit of openness and questioning, and I saw a side of the Chinese people that I have had no occasion to see again.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

What was the thinking in New Delhi both about the short- as well as long-term impact of the massacre on China’s domestic trajectory and international relations?

After a long gap of 34 years, India had restarted the dialogue with China at the highest level after Prime Minister Rajiv Gandhi’s visit in December 1988. In the short term, the government in New Delhi was concerned that the newly established equation might be disturbed by these political developments. Public consciousness in India about the developments in China was not as high as in the West and, therefore, the happenings in Tiananmen [Square] did not evoke the sort of interest and introspection as it did elsewhere. The Tiananmen Incident did not disrupt India-China relations and, in fact, marked the beginning of a new modus vivendi that survived until very recently.

At one point in your book, you write that following the dissolution of the Soviet Union, “The Chinese leadership drew the inference that America, and the West, in general, desired to effect regime change in communist states.” Decades later, how prevalent is that sentiment in China?

Since American Secretary of State John Foster Dulles talked about the desire of the West to effect “peaceful evolution” in Communist countries in the direction of democracy, the Chinese leadership has always believed that the West desires regime change. This view was reinforced by the Tiananmen protests, behind which the Chinese leadership saw a “foreign hand.” The collapse of the Soviet Union shocked them, and it became a subject for deep reflection and learning. The principal takeaway is that the Soviet Union collapsed because it had turned its back on its own historical and ideological experiences, and that China should remain true to its core belief in Chinese style socialism under the absolute leadership of the Chinese Communist Party (CPC). The correctness of this “line” is being reiterated under Xi Jinping as the CPC begins the second 100 years of its existence.

You also talk about the May 21, 1989 meeting after martial law had been imposed in Beijing where Deng Xiaoping and other senior leaders concluded that political reforms would be a no-go area. To what extent could Western powers discern this stance at that time?

I am certain that the West quickly realized that a factional struggle was underway in the Communist Party of China, and that [then CPC general secretary] Zhao Ziyang’s dismissal would likely lead to a doubling down on any sort of political liberalization. I do not believe that the West, therefore, entertained any illusions about democracy happening any time soon. If there was a misperception by the West it lay in the expectation that China might become more “normal” and thus amenable to Western influences, with engagement and economic progress. For such reason, the West tended to give them the benefit of the doubt until it was too late. In the past decade it has become clearer that the Communist Party of China is unlikely to “Westernize,” and now a policy adjustment is underway on both sides.

Turning to the present, to what extent do you assess increased centralization of power in the hands of Xi Jinping as a contributor to Chinese intransigence, both at home and abroad? Is Xi’s need to appear uncompromising part of his political survival strategy?

At one level, Xi is significantly centralizing authority. His actions appear as a reversal of Deng Xiaoping’s efforts to institutionalize the distribution of responsibilities and diffusion of power in the top leadership. At another level, however, Xi firmly holds as Deng also did, that the survival of the Communist Party must take precedence over all other factors. His current efforts at centralization, rectification, and re-education of cadres, and promotion of party history and values, ought to be viewed in this light. I think Xi regards it as his historical responsibility, and destiny, to keep the flag flying for the CPC by passing the “red gene” of communism onto the next generations. What might be viewed from the outside as a new phase of centralization, could well be survival strategy.

To your mind, what is the single biggest lacunae in contemporary analyses of China’s medium- and long-term trajectory? ?

We need to thoroughly disabuse ourselves of the notion that the Chinese reason and behave like the West, or even India. They are an old civilization with a long-standing strategic culture and a distinct worldview that is different from that of others. A more in-depth study is needed to isolate and identify the impulses and triggers for action. The West has excellent talent and resources while India has the better civilizational understanding, and collaborative efforts at analysis might yield a more accurate set of benchmarks to determine the long-term trajectory.