The Pulse | Environment | South Asia

ดูผลบอลสดเมื่อคืนนี้: Glacial Lake Floods Are Costing Pakistan

jdb สล็อต เครดิต ฟรี, Catalyst : การลดต้นทุนและปลดภาระดอกเบี้ยจ่าย รวมไปถึงรายการหักส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ช่วยประหยัดรายจ่ายในงบการเงินไปได้กว่า 330 ลบ ผสานการบุกตลาด CLMV คาดหนุนกำไรสุทธิฟื้นแกร่งด้วยอัตราเฉลี่ย CAGR 3ปีข้างหน้าที่ 21%,ขณะที่มองอุปสงค์ของตลาดอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น จากรายได้สุทธิที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค เนื่องจากราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่ลดลง ทำให้คาดว่าอุปสงค์ของผลิตภัณฑ์บริษัทจะเพิ่มขึ้น และอุปสงค์ของเส้นใยและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ทดแทนวัสดุอื่นจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ในด้านปริมาณการผลิตของบริษัทในปีนี้จะเพิ่มขั้นราว 1 ล้านตัน ส่งผลให้ปริมาณการผลิตรวมทั้งปีนี้เท่ากับ 8.5 ล้านตัน ซึ่งเป็นผลจากการเสร็จสิ้นของการเข้าซื้อกิจการ และหากโครงการ Lion II แล้วเสร็จ ปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้นอีก 700 กิโลตันด้วยส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50M15 ปิด -0.73% ส่งผลให้ SET50 Put DW ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงท้ายตลาด เช่น S5028P1506B +4.8% และ S5028P1506A +3.8% เป็นต้น ส่วนการซื้อขาย DW บนหุ้นรายตัว นักลงทุนให้ความสนใจ Call DW กระจายในหุ้นหลายกลุ่มจากการที่หุ้นอ้างอิงปรับตัวลง เช่น Call DW บนหุ้น TRUE, TPIPL และ ITD รวมทั้ง Call DW บนหุ้นธนาคาร โดย DW28 ที่เกี่ยวข้อง เช่น TRUE28C1509A, TPIP28C1509A เป็นต้นโดยการส่งออกของจีนในเดือนเม.ย.ปรับตัวลง 6.2% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่การนำเข้าในเดือนเม.ย.ร่วงลง 16.1% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน BJCHI (BUY:[email protected]): บริษัทแจ้งได้รับงานโมดูลที่บราซิลมูลค่า 5,400 ลบ. หนุนให้มี Backlog เพิ่มเป็น 8,850 ลบ. ทำให้ภาพรวมผลประกอบการมั่นคงมากขึ้น โดยปี 58-59 คาดกำไรโตเฉลี่ยปีละ 24% ขณะที่วันนี้ขึ้น XD รับเงินสดปันผล 0.25 บาท และหุ้นปันผลสัดส่วน 4:1 โดยราคาเป้าหมายหลัง XD ที่ 9.35 บาท มี Upside 32% จึงแนะนำ ซื้อ โดยแบ่งเป็นการลงทุนในปีนี้ 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายเพื่อการควบรวมและการเข้าซื้อกิจการ การขยายโรงงาน การปรับปรุงสายการผลิต และเพื่อการบำรุงรักษา ,ปี 59 จะลงทุน 0.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายเพื่อการควบรวมและการเข้าซื้อกิจการ การลงทุนในกิจการร่วมทุน การปรับปรุงสายการผลิต และเพื่อการบำรุงรักษาอนึ่ง ราคาหุ้น THRE ปิดตลาดรอบเช้าอยู่ที่ 3.28 บาท ปรับตัวขึ้น 0.14 บาทหรือ 4.46% มูลค่าซื้อขายที่ 77.99 ล้านบาทรวมถึงการที่นักลงทุนน่าจะให้ความสนใจ ที่เข้ามาลงทุนหุ้น TVT มากขึ้นเพราะหุ้น TVT มีแนวโน้มที่มีรายได้เติบโตเป็นผลมาจากที่ขณะนี้ความได้เปรียบที่เป็นคอนเทนต์โพรไวเดอร์ที่สามารถจะรับงานผลิตรายการป้อนให้กับทีวีช่องไหนก็ได้ในระบบดิจิตอลทีวีที่เพิ่มจาก 6 ช่องเป็น 24 ช่อง ในปัจจุบัน และรายการคอนเทนต์ต่างๆ ก็มีเพิ่มมากขึ้นจากจำนวนช่องทีวีที่มากขึ้นจากรายการเดิม 6 ช่อง อยู่ที่ 800 รายการเมื่อมีดิจิตอล 24 ช่องทำให้รายการเพิ่มขึ้นถึง 3,000 รายการเป็นการตอกย้ำโอกาสที่ TVT จะเข้าไปมีบทบทในการผลิตรายการช่องต่างๆ เป็นจำนวนมากในอนาคต สมาคมแลกเปลี่ยนทองคำและเงินของจีน เปิดเผยว่า ราคาทองคำที่ตลาดฮ่องกงปรับตัวขึ้น 20 ดอลลาร์ฮ่องกง ปิดที่ระดับ 10,980 ดอลลาร์ฮ่องกง/ตำลึง เทียบเท่ากับ 1,187.73 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ ลดลง 15.35 ดอลลาร์สหรัฐ ที่อัตราแลกเปลี่ยนล่าสุด 1 ดอลลาร์สหรัฐ/7.76 ดอลลาร์ฮ่องกง。 นักลงทุนมีมุมมองบวกเกี่ยวกับตลาดแรงงานสหรัฐ หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 2 พ.ค. เพิ่มขึ้น 3,000 ราย แตะ 265,000 ราย โดยก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานจะอยู่ที่ระดับ 275,000 รายในสัปดาห์ที่แล้วSAMART (Bt 29 เป้าเทคนิค 30-32 cut loss ถ้าหลุด 28.25) ,รายได้รวมของบริษัทลดลง 15% เป็น 2,347 ล้านบาทในปี 2557 จาก 2,760 ล้านบาทในปี 2556 เนื่องจากบริษัทไม่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในปี 2557 จำนวนยูนิตในโครงการคอนโดมิเนียม DEN Vibhavadi ส่วนใหญ่ได้ส่งมอบให้แก่ลูกค้าไปแล้วในปี 2556 อย่างไรก็ตาม รายได้จากที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มขึ้นเป็น 2,259 ล้านบาทในปี 2557 จาก 1,787 ล้านบาทในปี 2556 ยอดขายในปี 2557 ลดลงเล็กน้อยเป็น 1,970 ล้านบาท จาก 2,094 ล้านบาทในปี 2556นอกจากนี้ บริษัทมีโอกาสลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปในไตรมาส 3/58 นี้ ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดไว้ ประเมินว่าน่าจะผลักดันให้ธุรกิจของกลุ่มบริษัท GUNKUL เติบโตอย่างต่อเนื่องกว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่นอนนักบริหารเงิน เปิดเผยถึงค่าเงินบาทปิดตลาด (8 พ.ค.) ที่ระดับ 33.50/52 บาท/ดอลลาร์ จากเปิดตลาดช่วงเช้าที่ระดับ 33.53/55 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 33.48-33.58 บาท/ดอลลาร์ สมาคมแลกเปลี่ยนทองคำและเงินของจีน เปิดเผยว่า ราคาทองคำที่ตลาดฮ่องกงปรับตัวขึ้น 20 ดอลลาร์ฮ่องกง ปิดที่ระดับ 10,980 ดอลลาร์ฮ่องกง/ตำลึง เทียบเท่ากับ 1,187.73 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ ลดลง 15.35 ดอลลาร์สหรัฐ ที่อัตราแลกเปลี่ยนล่าสุด 1 ดอลลาร์สหรัฐ/7.76 ดอลลาร์ฮ่องกง, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบร่างบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Cooperation หรือ MOC) ระหว่างรัฐบาลไทย-รัฐบาลญี่ปุ่นในการพัฒนาระบบรถไฟไทย และคาดว่าจะมีการลงนามกันในวันที่ 26-27 พ.ค.นี้ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น JAS เริ่มวิ่งแล้ว หลังร่วงแรงสะท้อนข่าวเชิงลบ กูรูแนะซื้อเป้ารอบใหม่ 7.2 บ. สำหรับภาพใหญ่ เรายังระมัดระวังต่อภาพตลาดในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย. ซึ่งมีโอกาสหลุด 1,500 จุด โดยประเมิน downside ที่ 1,480 และ 1,440 จุด (กรณีเลวร้าย) จากปัจจัยเสี่ยงเรื่องการปรับลดประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนหลังงบไตรมาส 1/58 การฟื้นตัวที่ล่าช้าของเศรษฐกิจอาจกดดันการปรับลดประมาณการ GDP ปี 58 รวมถึงความผันผวนจากการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (bond yield) แนวโน้มการลงทุนบ่ายนี้ คาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะแกว่งแคบในแดนบวกและลบไม่มาก พร้อมให้ติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในคืนนี้ และการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสภาพัฒน์ โดยเฉพาะตัวเลข GDP งวดไตรมาส 1/58บริษัทไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลก่อตั้งในปี 2521 โดย Mr. William Ellwood Heinecke ณ สิ้นปี 2557 Mr. Heinecke และกลุ่มเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทในสัดส่วนรวม 34% บริษัทดำเนินธุรกิจหลัก 3 ประเภท ได้แก่ 1) ธุรกิจโรงแรมและพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย 2) ธุรกิจอาหารบริการด่วน และ 3) ธุรกิจจัดจำหน่ายและรับจ้างผลิตสินค้า ในปี 2557 รายได้หลักของบริษัทมาจากธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจโรงแรมคิดเป็นสัดส่วน 41% และ 35% ของรายได้รวมตามลำดับ ในขณะที่ธุรกิจจัดจำหน่ายและธุรกิจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสร้างรายได้คิดเป็น 10% และ 7% ของรายได้รวมตามลำดับ。

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบร่างบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Cooperation หรือ MOC) ระหว่างรัฐบาลไทย-รัฐบาลญี่ปุ่นในการพัฒนาระบบรถไฟไทย และคาดว่าจะมีการลงนามกันในวันที่ 26-27 พ.ค.นี้ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นบล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า LPN รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/58 ลดลง 17% จากปีก่อน และ 61% จากไตรมาสก่อน โดยเป็นผลจากการรับรู้รายได้ต่ำลง 14% จากปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนลงเล็กน้อยเป็น 32% จาก 32.4% ในไตรมาส 1/57 และ 33.3% ในไตรมาส 4/57 โดยกำไรสุทธิไตรมาส 1/58 คิดเป็น 10% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 58 ,VNG แจ้งงบไตรมาสแรกออกมา 269 ล้านบาทพุ่งขึ้นแรงเทียบกับ Q1 ปีก่อนที่ทำได้ 68 ล้านบาท และเป็นการโตต่อเนื่องจาก Q4 ที่ทำได้ 200 ล้านบาท แสดงว่าฐานของกำไรบริษัทในแต่ละไตรมาสจากนี้ไปไม่ต่ำกว่านี้ เป็นผลจากยอดการสั่งซื้อไม้ MDF ที่เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนหน้า ส่งผลให้ฐานรายได้แตกต่างกันอย่างมาก ขณะที่ Particle board บริษัทตั้งเป้ามีสัดส่วนน้อยลง เน้นตัวที่กำไรดีและสินค้าปลายน้ำมากขึ้น นอกจากนี้ต้นทุนที่ลดลงจากค่าขนส่ง ราคาน้ำมัน ราคาวัสดุอื่นๆ ทำให้ net marginดีขึ้นเยอะ จากฐานของกำไรที่เพิ่มขึ้นมากนี่เอง หากประเมินทั้งปีกำไรไม่หนีหลัก 1,000 ล้านบาท คาดว่า EPS จะราวๆ 0.70 บาทหรือให้ PE เฉลี่ย 15 เท่าย้อนหลัง 3 ปี จะได้เป้า 10.50 บาท จัดเป็นหุ้นอีกตัวที่น่าจะดูดีในระยะนี้ ส่วนกราฟมีสัญญาณดีดตัวมองต้านหน้า 9 บาทอย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงของหุ้นอ้างอิงหลายหลักทรัพย์ส่งผลให้นักลงทุนซื้อสุทธิใน Call DW ที่เกี่ยวข้อง โดยข้อมูลซื้อขาย DW28 วานนี้ ระบุว่านักลงทุนซื้อสุทธิ Call DW บนหุ้น ITD KTB และ TPIPL นำโดย ITD28C1508A 8.9 ล้านหน่วย KTB28C1506A 3.9 ล้านหน่วย และ TPIP28C1509A 2.4 ล้านหน่วย ขณะที่มีแรงขายสุทธิใน TRUE28C1508A 4.4 ล้านหน่วย JAS28C1508A 1.7 ล้านหน่วย และ TMB28C1507A 1.7 ล้านหน่วย ตามลำดับระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway up มีลุ้นปรับตัวขึ้นไปที่กรอบบนได้อีกครั้งสั้นๆ ไม่ต่ำกว่าแนวรับแถว ๆ 1.95 บาทอีก แนะนำรอซื้อเก็งกำไร หวังผลที่แนวต้านแถวๆ 2.04-2.08 บาทก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 1.90 บาท SYNEX พุ่ง 24% แรงในรอบกว่า 2 ปี หลังกำไร Q1/58 โตเกินเท่าตัว ขณะที โครงการอนาคตของบริษัทมี 3 โครงการ 1) โครงการสร้างสตูดิโอใหม่ บริษัทมีแผนที่จะสร้างสตูดิโอเพิ่ม 3 สตูดิโอเนื้อที่รวม 8 ไร่ โดยคาดว่าจะใช้เงิน 200 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการรายการโทรทัศน์ที่เพิ่มขึ้น 2) ขยายกำลังการผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อที่จะตอบรับความต้องการรายการที่เพิ่มขึ้นและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ครอบคลุมมากขึ้น และ 3) ลงทุนในอุปกรณ์การถ่ายทำซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการจ้างและเช่าอุปกรณ์ในอนาคตอย่างไรก็ดี การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงานและการใช้สิทธิ์ในใบสำคัญแสดงสิทธิ์ในอีก 3 ปีข้างหน้าจะช่วยสนับสนุนโครงสร้างเงินทุนของบริษัทได้บางส่วน คาดว่าอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทจะอยู่ในระดับไม่เกิน 60% ในช่วงปี 2558-2560 และบริษัทจะดำรงความสามารถในการบริหารสภาพคล่องที่ดี ในขณะที่อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อ EBITDA คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 4 เท่าในปี 2558 และจะค่อย ๆ ลดลงอยู่ในระดับต่ำกว่า 3.5 เท่าในปี 2559-2560,ช่วงบ่าย: ยังอยู่ในช่วงรีบาวด์ โดยภาคบ่ายหากผ่านแนวต้าน 1506 จุด จะไปหา 1512 จุด แต่หลังจากนั้นให้ระวังการอ่อนตัวลงต่อ ตามสัญญาณในภาพรวมที่เป็นลบ โดย หากหลุดต่ำกว่า 1495 จุด จะเป็นสัญญาณที่ไม่ดีอีกครั้ง ซึ่งมีแนวรับถัดไปที่ 1484 จุด (จุดต่ำเดิมรอบก่อน) กลยุทธ์ การอ่อนตัว ยังเป็นโอกาสในการเข้าซื้อของนักลงทุน ตามแนวรับที่กำหนด ซึ่งแนะนำอีกครั้งที่ 1484 และ 1460 จุด ตามลำดับ ส่วนการเก็งกำไรดูทำได้สั้นๆในช่วงนี้ ตามภาวะ SET ที่รีบาวด์ ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ AUCT (รับ 17.50 ต้าน 18.60 Cut 16.70) และ ITD (รับ 7.60 ต้าน 8.10 Cut 7.40) SCB ซื้อเก็งกำไร ซื้อ โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 5.20 บาท และตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 4.75 บาทสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) หรือ CHEWA ได้ยื่น Filing version แรก เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2558 เนื่องจากบริษัทฯจะเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก(IPO)จำนวน 232 ล้านหุ้น โดยมี บล.อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย)เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน สำหรับประเด็น NPL ธนาคารไทยพาณิชย์มี NPL ratio ที่ค่อนข้างดี คือ ลดลงสวนทางกับธนาคารขนาดใหญ่อื่นๆ ที่ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้น TCMCราคาปิด 3.30 บาทสำหรับการขยายสถานีฐานคาดว่าปีนี้จะมีทั้งสิ้นราว 20,000 สถานีฐาน ทั้งในระบบ 4G และ 3G โดยปัจจุบันบนคลื่นความถี่ระบบ 4G มีสถานีฐานอยู่ประมาณ 3,000 สถานีฐาน ขณะที่ระบบ 3G แบ่งเป็น บนคลื่นความถี่ 1800 MHz อยู่ที่ 12,000 สถานีฐาน และบนคลื่นความถี่ 850 อยู่ที่ 6,000-7,000 สถานีฐานตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นขานรับรายงานที่ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเพิ่มขึ้น 223,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. จากระดับ 85,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 7 ปี โดยตัวเลขจ้างงานเดือนเม.ย.ออกมาใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 224,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. และคาดว่าอัตราการว่างงานจะลดลงสู่ 5.4%อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปและน้ำมันดิบในไตรมาส 1/58 อยู่ในระดับที่ดี ทำให้กำไรขั้นต้นจากการผลิตของบริษัทเมื่อรวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันเทียบกับไตรมาส 1/57 ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 2.9 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ EBITDA ปรับเพิ่มขึ้น 2,107 ล้านบาทมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 32,044.53 ล้านบาท?บริษัทไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลก่อตั้งในปี 2521 โดย Mr. William Ellwood Heinecke ณ สิ้นปี 2557 Mr. Heinecke และกลุ่มเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทในสัดส่วนรวม 34% บริษัทดำเนินธุรกิจหลัก 3 ประเภท ได้แก่ 1) ธุรกิจโรงแรมและพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย 2) ธุรกิจอาหารบริการด่วน และ 3) ธุรกิจจัดจำหน่ายและรับจ้างผลิตสินค้า ในปี 2557 รายได้หลักของบริษัทมาจากธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจโรงแรมคิดเป็นสัดส่วน 41% และ 35% ของรายได้รวมตามลำดับ ในขณะที่ธุรกิจจัดจำหน่ายและธุรกิจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสร้างรายได้คิดเป็น 10% และ 7% ของรายได้รวมตามลำดับThai Reinsurance (THRE TB; THB 3.14) ซื้อ ด้านนายเกียรติก้อง เดโช นักกลยุทธ์ บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) คาดว่าช่วงบ่ายนี้ ดัชนีหุ้นไทยจะยืนเหนือ 1,500 จุดได้ หลังจากที่เริ่มเห็นแรงซื้อเข้ามา พร้อมให้แนวรับ 1,495 จุด ส่วนแนวต้าน 1,510-1,515 จุดอย่างไรก็ดี ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงเข้ามากดดันจากปัญหาความกังวลความสามารถในการชำระหนี้ของกรีซ หากการเจรจากับ Troika ยังคงยืดเยื้อและไม่มีข้อสรุป โดยกรีซจะต้องมีการจ่ายชำระดอกเบี้ยให้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) อีกครั้งจำนวน 763 ล้านยูโร ในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ ทิศทางในบ่ายนี้ SET เคลื่อนไหวแกว่งตัวช่วงเช้า โดย SET ยังเคลื่อนไหวใต้เส้นค่าเฉลี่ย 10 และ25 วัน ภาพตลาดโดยรวมเป็นกรอบใหญ่ที่ 1,500-1,570 รูปแบบราคาที่ใกล้แนว 1,505 จะมีโอกาสเกิดการฟื้นตัวได้ถึง 1515 ในระยะสั้นนี้ แนะนำเลือกซื้อหุ้นที่รูปแบบกราฟที่มีสัญญาณดีสวนทางตลาด แนะนำซื้อแนวรับ-ขายแนวต้านตลาดภาคเช้าปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น ในทิศทางเดียวกันกับตลาดรอบบ้าน โดยได้โมเมนตัมบวกจากนโยบายเชิงผ่อนคลายของจีน ประกอบกับ Bond yield ของสหรัฐปรับลดลง ช่วยเสริมการลงทุนในตลาดหุ้น ดัชนีปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.31 จุด (+0.22%) มาอยู่ที่ 1,513.82 จุด มูลค่าซื้อขาย 1.4 หมื่นล้านบาท。

In addition to the direct damage done to locals, the flooding also spells disaster for Pakistan’s long-term water security.

Glacial Lake Floods Are Costing Pakistan
Credit: Wikimedia Commons/ Thealimir

For the last three years, the arrival of summer has been a nightmare for those who live in the mountainous northern areas of Pakistan. Summer means a sudden increase in temperature that often eventually ends in a glacial lake outburst flood (GLOF).

The same phenomenon was in late May, when yet another outburst flood happened at Shisper Glacial Lake in Hassanabad, Hunza valley of northern Pakistan.

Due to sufficient preventive measures taken by the local government, the flood did not cause as much harm as such incidents had in 2019. That year, flooding from the glacial lake submerged large section of the Karakoram Highway, a bridge, two power stations, some offices, over 100 houses, the water supply pump station, and a number of farms. The recent incident was less severe, but still enough to create havoc for the downstream localities in the area. The Karakoram Highway, the only road that connects China and Pakistan, remained closed due to the Shisper Glacial Lake outburst, underlining the potential implications of the GLOF phenomena on the China Pakistan Economic Corridor (CPEC).

The 12 km Shisper Glacier turned into a lake in early 2000. Since then, outbursts take place time and again, impacting the lives of people residing the area. Even preventative safety measures take a toll.

Dilshad Bano, 48, lives in a shelter with her husband and a 10-year-old daughter because her house was demolished by the authorities to implement safety measures to minimize the impact of GLOFs. Until now, more than 35 houses have been marked as falling in a danger zone that might be affected by GLOFs in the future.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

“The only agricultural land which I had inherited from my father has vanished due to the outburst and now it’s a ravine,” Sher Ali, a 53-year-old resident of Hunza, said. Ali also lost his apricot farm, which was the major source of his income, in a GLOF.

Glacial lake outburst flooding is not new in Pakistan. For the last two decades, the northern parts of the country have witnessed such glacier outbursts often. Furthermore, the number outburst incidents is increasing with the passage of time, yet another example of the toll climate change is exacting on the country.

In 2020, in a remote village of Chitral, a teenage girl was killed and 11 people injured when a glacial flood swept away six houses, damaging 16 others. The glacial flood also destroyed the standing wheat and bean crops, costing huge revenue losses for the local residents.

Pakistan hosts more than 7,000 glaciers, out of which 3,044 have formed glacial lakes. Many other have been marked as a potential risk due to rising temperatures. The potential glacial lakes threaten the lives of at least 7 million people in both Gilgit Baltistan and Khyber Pakhtunkhwa.

Experts believe that the sudden increase in GLOFs on a regular basis is due to climate change and the situation will worsen if strong and practical measures are not taken to prevent the phenomenon. Although Pakistan contributes less than 1 percent to global emissions, the country is ranked seventh-most vulnerable country for climate catastrophes.

Bilal Khan, an environmentalist, believes that at the very least the government should relocate the inhabitants of the area and create feasible engineering structures including delay action dams, ponds, gabion walls, and reforesting to mitigate the toll of such GLOF catastrophes.

The melting of the glaciers at this pace is also concerning because annual glacier melts are a major source of water for irrigation and other uses in Pakistan. A huge proportion of clean water is now being lost to the sea for the lack of proper mechanisms to utilize freshwater resources.

The country suffers from water scarcity, and if the current pace of glacier melting continues, apart from infrastructure and economic losses, Pakistan will lose a major portion of its water supply.

In the view of Zahra Khan Durani, a climate change expert, deforestation is the primary reason behind the warming of Pakistan’s northern areas, resulting in soil erosion, mud flooding, and glacial lake outburst flooding. The more than 2 million people in the northern parts of the country chop down trees to use their wood for cooking and heating. Hence, deforestation is on rise.

Durani stresses the government must follow a multipronged strategy to ensure environmental sustainability. To her, mass plantings of trees is not the only solution to deal with deforestation. Rather, it is one step out of many that Pakistan can use fight climate change. In addition, Durani urged the government to ensure that cleaner resources are utilized to meet current and future energy needs, whether it is through the provision of liquefied natural gas (LNG) or the installation of solar projects. One thing is certain: The country cannot afford to neglect environmental degradation anymore.