Trans-Pacific View | Society

เฮง เฮง เฮง เครดิต ฟรี: How Trump Fueled Anti-Asian Violence in America

8888 บา คา ร่า, ถนนศรีนครินทร์ ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่ แยกศรีพัฒน์ ถึง ทางรถไฟภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กหยุดชะงักลงชั่วคราวเมื่อเวลาประมาณ 11.32 น.ตามเวลาในสหรัฐ หรือ 22.32 น.ตามเวลาไทยเมื่อวานนี้ เนื่องจากตลาดหุ้นนิวยอร์กประกาศระงับการซื้อขายหลักทรัพย์ทุกหลักทรัพย์ อย่างไรก็ตาม การซื้อขายได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อเวลา 15.10 น.ตามเวลาสหรัฐ ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) และเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐยืนยันว่า การระงับการซื้อขายดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการขัดข้องทางเทคนิค ไม่ใช่การโจมตีทางไซเบอร์, หุ้นแนะนำภาคบ่าย: BCP (คาดกำไรไตรมาส 2 แข็งแกร่ง และมีประเด็นขยายธุรกิจผ่านการ IPO บริษัทลูก, เป้าหมายทางกลยุทธ์ 37 ตัดขาดทุน 34), PTT (ราคาสะท้อนงบของ PTTEP ที่น่าจะแย่ไปแล้วขณะที่มีโอกาสจ่านปันผลระหว่างกาลดีกว่าตลาดคาด, เป้าหมายทางกลยุทธ์ 344 ตัดขาดทุน 332), CPN (กำไรเป็นขาขึ้นและใกล้เปิด Central West Gate 28 ส.ค., เป้าทางกลยุทธ์ 52.00-55.00 ตัดขาดทุน 46.50)นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับภาพลักษณ์ใหม่ไปสู่ยุค Digital ด้วยการ Re-Positioning และ Re-Branding เพื่อให้เข้ากับตลาดยุคใหม่ หลังจากที่บริษัทได้ทำการสำรวจความคิดเห็นและมุมมองต่อกลุ่ม SAMART เกี่ยวกับจุดแข็งจุดอ่อนเพื่อนำมากำหนดแนวทางธุรกิจในช่วงต่อจากนี้ส่วนการประชุมรมว.คลังยูโรโซนได้เสร็จสิ้นลงในช่วงเช้าวานนี้ที่กรุงบรัสเซลส์โดยที่ยังไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ ขณะที่นายอเล็กซานเดอร์ สตับบ์ รมว.คลังฟินแลนด์กล่าวว่า เขาหวังว่ากรีซจะยื่นขอความช่วยเหลือครั้งใหม่ภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า และหลังจากนั้น กรีซจะส่งรายละเอียดของมาตรการที่รัฐบาลจะดำเนินการเพื่อแลกกับการได้รับความช่วยเหลือมากขึ้นINTUCH (BUY:Consensus [email protected]) : ปี 58 คาดกำไรโต 16%YoY ตามผลประกอบการที่ยังสดใสของทั้ง ADVANC (มีแรงหนุนจากต้นทุนที่ลดลง) และ THCOM (มีแรงหนุนจากรับรู้เต็มปีของรายได้ไทยคม 7 และ Utilization Rate ของไทยคม 4 และ 6 ที่คาดสูงขึ้น) + มี Upside 24% และคาดให้ Div. Yield ปีละ 6.5% จึงคงแนะนำ ซื้อราคาปิด 3.60 ตัดขาดทุน 2.48กราฟ KIAT ราย week มีโครงสร้างสวยงามแบบเป็นถ้วยก้นลึก แนวต้าน 1.80 บาท มีสัญญาณซื้อยืนยันการวิ่งต่อสบายๆ และโวลุ่มก็ยังหนาแน่น ไม่จบง่าย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำราคาขึ้นไปรออะไรสักอย่าง ราคาที่พยายามขึ้นไปนี้เหมือนบ่งบอกว่าของที่จะได้มาเพื่อการลงทุนน่าจะมีมูลค่าสมน้ำสมเนื้อ เอาว่ากราฟสวยเก็งกำไรกันไปจร้าAKR ซื้อ ราคาหุ้นมีจังหวะแกว่งตัวขึ้นต่อเนื่องหลังพักตัวพร้อมปริมาณการซื้อขายหนาแน่น สามารถกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะ 3 เดือนได้ เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีเป้าหมายแรกที่ 2.20 บาท และระยะกลางที่ 2.40 บาท,Res 2.20-2.60 / Sup 1.74ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ตราช้าง ในกลุ่มเฮ้าส์ซิ่ง บิสซิเนส มีฐานโรงงานผลิตกระจายอยู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และมีการแบ่งไลน์ผลิตสินค้าแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน ได้แก่ โรงงานผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์หลังคา มีกำลังการผลิตประมาณ 60 ล้านตารางเมตร/ปี ซึ่งในอนาคตวางแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตหลังคาเซรามิค และนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้เพื่อเพิ่มรูปแบบการใช้งาน (Application) ให้กับผลิตภัณฑ์กลุ่มฝ้าผนัง สมาร์ทบอร์ด และไม้สังเคราะห์ ซึ่งมีกำลังการผลิตประมาณ 85 ล้านตารางเมตร/ปี และกลุ่มผลิตภัณฑ์ตกแต่งภูมิทัศน์ มีกำลังการผลิต 4 ล้านตารางเมตร/ปี โดยมีสัดส่วนการจำหน่ายในประเทศ 90% และส่งออกไปยังต่างประเทศ 10%รวมถึงบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับผู้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้ารายใหญ่ๆ อีกหลายราย ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร สถานเสริมความงาม สถาบันกวดวิชาต่าง ๆ โดยคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้เช่าพื้นที่ทั้งหมดคณะกรรมการบริษัทฯ มีนโยบายที่จะพิจารณาเสนอจ่ายเงินปันผลประจำปีให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราส่วนประมาณร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิภายหลังจากการจัดสรรทุนสำรองต่าง ๆ ทุกประเภทขณะที่กลุ่ม ICT มีแรงขายทำกำไรในวันนี้หลังจากวานนี้ปรับขึ้นตอบรับเรื่องการประมูล 4G ไปแล้ว ด้านกลุ่มพลังงานวิตกเรื่องการปรับลดประมาณการกำไร หลังจากที่มีการ Preview หุ้น PTTEP งวดไตรมาส 2/58 ออกมาค่อนข้างแย่ ส่งผลให้งบฯปี 58 ถูกปรับลดประมาณการกำไรลงไปมาก และหุ้น PTT อาจได้รับผลกระทบไปด้วย ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับประมาณการภาพรวมกำไรของตลาดฯมีโอกาสจะถูกปรับลดลงไปอีกแถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่เมื่อวานนี้ CSRC มีคำสั่งไม่ให้รัฐวิสาหกิจจีนที่บริหารงานโดยรัฐบาลกลางของจีน ขายหุ้นขององค์กรในบริษัทจดทะเบียน ท่ามกลางความผันผวนอย่างหนักในตลาดหุ้นจีน ขณะที่เรียกร้องให้มีการซื้อหุ้นมากขึ้นเพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคา ด่วน! คนกรุงเตรียมรับมือน้ำประปาส่อหยุดไหลใน 1 เดือน,ธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดเม็ดเงิน 3.5 หมื่นล้านหยวน หรือ 5.7 พันล้านดอลลาร์ เข้าสู่ตลาดการเงินในวันนี้ ผ่านทางข้อตกลงซื้อพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) เพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนสภาพคล่อง, เงินบาทอ่อนค่า ขณะตลาดกังวลวิสัยทัศน์ผู้ว่า ธปท.คนใหม่ในช่วงแรกนั้น ดัชนีฮั่งเส็งเปิดตลาดในแดนลบ ก่อนที่จะพลิกกลับมาเคลื่อนไหวในแดนบวกหลังจากตลาดเปิดทำการได้ไม่นาน และปิดตลาดอย่างแข็งแกร่งในวันนี้ เพราะได้แรงหนุนจากการที่ตลาดหุ้นจีนดีดตัวขึ้นขานรับมาตรการพยุงตลาดหุ้นของรัฐบาลจีนอีกทั้งยังมีการลงทุนในบริษัทด้านอสังหา และพลังงาน โดยในปัจจุบัน มีการลงทุนในบริษัทจดทะเบียนทั้งสิ้น 3 บริษัทได้แก่ RWI (ถือหุ้น 75%) UWC (ถือหุ้น 57.35%) และ EMC (ถือหุ้น 5.05%) คาดผลประกอบการของ RWI จะปรับตัวดีขึ้นหลังโครงการภาครัฐซึ่งต้องอาศัยเหล็กเป็นโครงสร้างหลักเริ่มมีความชัดเจนขึ้นBDMS28C1509A +10.0% (BDMS +1.0%)。

SET ยังสามารถกลับมายืนเหนือ 1,470 จุดได้ แม้ถูกแรงขายหุ้นพลังงานกดดันTFI ราคาปิด 1.45 บาท ,ทั้งนี้ SAMART ถือหุ้นใน ไอ-สปอร์ต ร่วมกับ บมจ.สยามสปอร์ตซินดิเรื่อง(SMM) ฝ่ายละ 50% ของทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท โดยมีแผนระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) เพื่อนำไปขยายกิจการ ซื้อรถถ่ายทอดสด (OB) เพิ่มขึ้น รวมทั้งเตรียมเงินทุนไว้ใช้เข้าร่วมประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดรายการกีฬายอดนิยม อาทิ ฟุตบอลโลก เป็นต้นขณะที่การประปานครหลวง (กปน.) แจ้งดำเนินการทดสอบปิดประตูน้ำ เพื่อเตรียมงานซ่อมท่อประธานขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 600 มิลลิเมตร บริเวณถนนพัฒนาการ (หน้าสำนักงานเขตสวนหลวง) วันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2558 ตั้งแต่เวลา 22.00-05.00 น. ของวันรุ่งขึ้น น้ำประปาไม่ไหลส่งผลให้ น้ำประปาไหลอ่อนถึงไม่ไหล ในพื้นที่ดังนี้,ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิ่ง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมัน เพิ่มขึ้น 299,000 บาร์เรล สู่ระดับ 56.7 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 218 ล้านบาร์เรล ตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัวในสัปดาห์ที่แล้ว และสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 1.6 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 137.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรลทั้งนี้ CFS ได้รับการจัดตั้งขึ้นร่วมกันโดยตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้น และบรรษัทรับฝากหลักทรัพย์และชำระบัญชีของจีน ในเดือนต.ค.2554,เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อตลาดการเงินจากปัญหากรีซและตลาดหุ้นจีน ดังนั้น กลยุทธ์ การอ่อนตัว ยังมองเป็นโอกาสซื้อสะสม ส่วนการเก็งกำไรยังทำได้ ทั้งนี้ หุ้นแนะนำทางเทคนิค ได้แก่ SMPC (รับ 7.00 ต้าน 7.70 Cut 6.70) และ SYNEX (รับ 4.76 ต้าน 5.20 Cut 4.62)、ค่าย jdb เครดิต ฟรี、 กองทุนต่าง ๆ ที่เข้ารับฟังข้อมูล เขามองการเติบโตเป็นหลักว่าจะเติบได้จริงหรือไม่ และผู้บริหารทำงานจริงหรือเปล่า ซึ่งผู้บริหาร TVT ทำงานกันหนักมาก ทั้งการสร้างธุรกิจให้เติบโต ทั้งธุรกิจใหม่ และธุรกิจเดิม รวมถึงสร้างโมเดลธุรกิจ หรือโปรดักส์ใหม่ ๆ มากขึ้นเพื่อบริหารความเสี่ยง และที่สำคัญเราเองมีแผนรองรับการเติบโตธุรกิจที่ชัดเจนจับต้องได้ ซึ่งเมื่อผลการดำเนินงานของบริษัทมีการเติบโต พร้อมกับการบริหารจัดการที่ดี ก็จะสร้างผลตอบแทนที่ดีตามไปด้วย นายพิรัฐ กล่าว,ขณะที่เชื่อว่ารายการที่จะเกิดขึ้นในครึ่งปีหลังนี้จะสามารถดึงเรทติ้งอย่างแน่นอน และบริษัทยังคงเปิดกว้างในการร่วมมือกันกับพันธมิตรรายอื่นๆเพิ่มเติมอีก เพื่อผลิตคอนเทนท์ให้ตรงกับความต้องการของผู้ชม โดยบริษัทจะยังคงรักษาระดับเรทติ้งไว้ไม่ให้หลุดอันดับที่ 5ดัชนีหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคพุ่งขึ้น 2.5% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งสุดนับตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.ปีนี้ โดยหุ้นเอนเนอร์จี คอร์ป ปรับขึ้น 3.3% และหุ้นพีพีแอล คอร์ป ทะยานขึ้น 3% หุ้นกลุ่มสินค้าเพื่อผู้บริโภคปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นอัลเทรีย กรุ๊ป พุ่งขึ้น 3.5% หุ้นคอสท์โค โฮลเซล ดีดตัวขึ้น 3.4% หุ้นเฮอร์ชี ปรับขึ้น 2.7% และหุ้นเจนเนอรัล มิลส์ พุ่งขึ้น 2.3%ซึ่งหากมีหุ้นสามัญเพิ่มทุนเหลือจากการจัดสรรสำหรับการเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะเจาะจงดังกล่าว บริษัทจะเสนอขายและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เหลือดังกล่าวให้แก่ผู้ลงทุน โดยเป็นการเสนอขายต่อบุคคลในวงจำกัด (Private Placement) เพื่อให้บริษัทได้รับเงินเพิ่มทุนจำนวนประมาณ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ KIAT เชื่อว่านักลงทุนที่หันมาเล่นหุ้นตัวนี้จนกลายเป็นหุ้นร้อนของตลาดประจำเดือนไปแล้วนั้นก็ไม่แน่ชัดว่าบริษัทจะทำมาหากินอะไรกันแน่ เด็กแนวเคยเปิดประเด็นเมื่อเดือนก่อนว่าจับตาดูการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นโดยกลุ่มทุนใหม่ที่มีการเกี่ยวโยงกับหุ้นหลายตัวในตลาด ซึ่งถ้าประเมินกันก็มีความเป็นไปได้ที่ตัวธุรกิจจะผูกพันกันไปทางใดทางหนึ่ง แต่สิ่งที่เป็นข่าวออกมาหลายครั้งคือการหันไปทำพลังงานทางเลือก แบบสมัยนิยมเต็มๆ และมีเป้าหมายในการคว้าโรงไฟฟ้าหลาย MW กะเขาด้วยเหมือนกัน ล่าสุดมีการแจ้งข่าวเรื่องการตั้งบริษัทลูกทำธุรกิจด้านแปรสภาพก๊าซธรรมชาติเพื่อการค้าง ฟังดูก็งงๆ แต่พอเข้าใจได้ว่าคงเป็นการซื้อมาขายไป และอาจจะมีผลต่อการทำโรงไฟฟ้าโดยใช้ก๊าซเป็นเชื่อเพลิงด้วยหรือไม่ นอกเหนือจากโรงไฟฟ้าชีวะมวลที่คิดว่าเจรจาซื้อกันอยู่ เอาว่าเราเข้าใจตรงกันว่า KIAT เปลี่ยนธุรกิจ และผู้ถือหุ้น หันไปด้านพลังงานหลายรูปแบบ ไม่ใช่แค่การขนส่งอย่างเดียวและมาคอยดูการร่วมทุนต่อไปว่าจะใหญ่ขนาดไหน และเมื่อได้พลังงานกันชัดๆ แล้ว เดี๋ยวจะประเมินมูลค่าให้ดูอีกทีด้านนางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า งาน The Pulse of Asia Conference เป็น Investment Conference ประจำปีงานใหญ่งานหนึ่งในประเทศสิงคโปร์แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (9 ก.ค.) ตลาดมีโอกาสที่จะปรับตัวลงได้ต่อ เนื่องจากวิตกการปรับลดประมาณการกำไร พร้อมให้กรอบการแกว่งไว้ที่ 1,460-1,478 จุดระยะสั้นลุ้นขึ้นต่อได้ตามกราฟ 60 นาที แต่ตราบที่กราฟรายวันยังไม่ให้สัญญาณซื้อก็ถือว่ายังเสี่ยงลงต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าใกล้แนวต้านสำคัญช่วง 1,490-1,500 จุด ควรระวังแรงขาย อย่างไรก็ดียกแนวรับขึ้นเป็น 1,476-1,470 จุด อีกทั้งข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาประเทศออสเตรเลีย (วันที่ 7 ก.ค.58) ดัชนีชี้วัดปรากฏการณ์ El Nino อย่างดัชนี SOI ยังแข็งแกร่งและทุกโมเดลในการพยากรณ์ชี้ว่าปรากฏการณ์ El Nino จะยังคงอยู่จนถึงสิ้นปี 2558ปรากฏการณ์ El Nino จะทำให้ภูมิภาคเอเชียร้อนและแห้งแล้งกว่าปกติ ในทางกลับกันภูมิภาคอเมริกาจะมีอากาศเย็นและฝนตกมากกว่าปกติบริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ASCON ระบุว่า ศาลล้มละลายกลางนัดพร้อมเพื่อรอฟังคำสั่งศาลฎีกาในวันที่ 31 ส.ค.58 เวลา 9.30 น. จากกรณีขอฟื้นฟูกิจการ ซึ่งสืบเนื่องจากเจ้าหนี้ของบริษัทได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการบริษัทต่อศาลล้มละลายกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ.16/2556 เมื่อวันที่ 23 ส.ค.56。

Trump’s encouragement of white supremacy and his strident anti-China rhetoric proved a toxic combination for Asian Americans.

How Trump Fueled Anti-Asian Violence in America
Credit: Official White House photo by Tia Dufour

If there is anything that can be more callous, more vicious, and more capable of gripping and crushing people’s hearts during the pandemic than the COVID-19 virus, hate crimes and xenophobic violence against racial minorities and vulnerable groups are definitely at the top of the list.

Anti-Asian violence has surged in the United States during the COVID-19 pandemic and the trend has yet to show any significant signs of abating. A large number of verbal and physical attacks against Asian Americans have been reported, especially since last year. The most notorious example was the mass shooting in Atlanta on March 16, when Robert Aaron Long, a 21-year-old white man, killed eight people, of which six were Asian women. In a news report covering this cold-blooded shooting, Australia Broadcasting Corporation (ABC) said the shooting brought new urgency to the outrage against former President Donald Trump’s racist rhetoric against Asian Americans, and particularly Chinese Americans.

According to the Pew Research Center, Chinese Americans are the largest Asian origin group in the U.S., making up 23 percent of the country’s Asian population, or 5.4 million people. Asian Americans are projected to be the nation’s largest immigrant group by the middle of the century.

But now anger, fear, uncertainty, and loss are gripping many Asian American communities in the United States. According to another Pew Research survey in April 2021, 32 percent of Asian adults who participated in the survey say they have feared being threatened or physically attacked, while 81 percent say violence against Asian Americans is increasing. One in five U.S. Asians cites former President Donald Trump as the main reason for the rise in violence against Asian Americans.

On many issues, including immigration and race, Donald Trump has ignited intemperate anger in many Americans, some of whom seem to hold very xenophobic or even extremist stands and viewpoints. Alejandro Mayorkas, the U.S. secretary of homeland security, claimed that domestic violent extremism poses the most lethal and persistent terrorism-related threat to the United States today. The brutality and the widespread fear it created in many Asian communities in the U.S. suggest that hate crimes in the form of random, unprovoked, and undifferentiated violence against Asian Americans should be considered a part of the threat Mayorkas mentioned.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In the present reality, if you are an ethnic Asian who happens to live in the United States, you may need to watch over your shoulder even when going out jogging or shopping.

“Hate crimes were on the rise even before COVID,” Dr. John Merrill, a non-resident scholar at George Washington Institute for Korean Studies, George Washington University, told The Diplomat in an interview. “A large part of the blame was Trump’s habitual use of racially charged expressions.”

Many have cited former President Trump as one of the top reasons for the widespread and rapid growth of violence against Asian Americans, especially since the outbreak of the COVID-19 pandemic.

According to a recently released report by the Center for the Study of Hate & Extremism at California State University, San Bernardino, anti-Asian hate crimes in 16 of the largest U.S. cities increased 145 percent in 2020. Quoting FBI data, the report indicates that anti-Asian hate crime incidents surged notably during the Trump administration after an overall and continuous drop since the mid-1990s.

Even though the World Health Organization has made it clear that place-specific disease names could provoke a backlash against members of particular religious or ethnic communities and may bring serious consequences for peoples’ lives and livelihoods, Trump and several members of his administration repeatedly used very racist terms in addressing the COVID-19 pandemic. That did not happen in a vacuum: U.S. domestic xenophobic resentments had been on the rise even before the pandemic, especially since Trump took office. As Angela Gover, Shannon Harper, and Lynn Langton pointed out in a paper published in the American Journal of Criminal Justice, the prejudiced attitudes and actions on the individual level may be significantly reinforced by institutional-level support during times of crisis or great change, including the coronavirus pandemic.

A peer-reviewed journal, the American Journal of Public Health, has also published a study on the association of Trump’s racist tweets with anti-Asian sentiments. The study, which was conducted by a group of scholars at the University of California San Francisco, claims that “When comparing the week before March 16, 2020, to the week after, there was a significantly greater increase in anti-Asian hashtags associated with #chinesevirus compared with #covid19.” According to the study, Trump’s tweet about the “Chinese virus” on that date “was directly responsible for a major increase in anti-Asian hashtags… and the use of terms like ‘Chinese virus’ and ‘kung flu,’ which Trump publicly said at a rally in June (2020), have come alongside a rise in racist sentiment toward Asians in the U.S.”

Also, Elliot Benjamin, a scholar at Capella University at Minneapolis in Minnesota, examined the relationship between Trump and the coronavirus pandemic in the context of xenophobia against Asian Americans. Benjamin pointed out that many of the statements and policies by Donald Trump are “completely antithetical to the basic premises of humanistic psychology that involve engaging in empathic, authentic relationships with people.”

Trump himself, predictably, resisted any responsibility, as the following exchange, from a press conference in March last year, reveals:

Question: What’s the concrete measure that you’re taking to combat the hate crimes against Asian (Americans)?

THE PRESIDENT: Well, I don’t know. All I know is this: Asian Americans in our country are doing fantastically well.

How could Trump’s words and deeds, particularly his name-calling and finger-pointing amid the pandemic, lead to such a shocking rise in Anti-Asian hate crimes? Trump’s comments must be seen in the context of his embrace of white supremacy as a weapon in his war against everything and everyone he dislikes, including the non-white immigrants and minority racial groups.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In an analysis for CNN, Vivien Tsou, national field director for the National Asian Pacific American Women’s Forum, argued that Asian Americans “did not face distinct peril but were targeted by the same forces of hate endured by Black Americans.” As Tsou said, “it all stems from White Supremacy.” The analysis also pointed that “even though Trump is no longer in office, much of the Republican Party can’t shake its relish for raising the specter of outsiders – often people of color – while hinting that they threaten majority White American culture.”

“[H]ate crimes against newly arrived immigrants have been around for a long time. Over the years, different minorities were targeted – whether they were Chinese, Irish, Italian, or Jewish-American,” Merrill told The Diplomat. “When there were fears about a new contagious disease and if the public perceived an association with a specific ethnic group, existing prejudices were exacerbated and hate crimes increased. In recent years, we’ve seen this happen with AIDS and Haitians; SARS and Chinese; and Ebola and West Africans.”

As a maverick political figure with a sizeable popularity base, Trump’s words and deeds, even when they shock the conscience, often generate lasting consequences. For example, amid all the finger-pointing at China and allegations that the Chinese are stealing American jobs, Trump and his administration started an unprecedented trade war with China. This has yet to bring many jobs back to the United States, however, as it is U.S. companies themselves, driven by the force of market competition, that are “stealing” American jobs.

More recently, by constantly blaming China for the pandemic, using racist terms like “Chinese virus” and “kung flu,” Trump reignited and further aggravated the long-held and deeply entrenched xenophobic resentment in U.S. society, which he and his party could use for various political ends. It’s notable that, when the U.S. House of Representatives passed a non-binding resolution in September 2020 to denounce anti-Asian racism, including terms like the “Wuhan virus,” 164 Republicans voted against it, and only 14 voted in favor. More recently, Congress overwhelmingly passed new legislation addressing the rise in hate crimes against Asian Americans. Every single vote against the bill came from Republicans.

For now, it appears that Trump has left Biden with an overall acceptable blueprint and framework for approaching relations with China, now perceived as the United States’ primary peer competitor. But with respect to fighting the pandemic and especially dealing with the surging domestic racial conflicts and hate crimes, including those against Asian Americans, Trump has left the Biden administration a complete mess. The big problem is how to fight rising attacks and harassment against racial groups amid cresting white nationalism and domestic extremism. To note, the number of hate incidents reported to Stop AAPI Hate, an organization created in 2020, increased significantly from 3,795 to 6,603 during March 2021.

Merrill was encouraged by the recent legislation, calling it “a good first step in reducing Anti-Asian hate crimes.” But he expressed concern that “the current wave of anti-Asian violence will end only when the pandemic is over.”

“Conceivably, it could even get worse before it gets better, especially if the lab-leak theory of COVID’s origin gains more traction,” Merrill added.

Indeed, even as I was working on this article, my cellphone suddenly alerted me that a 55-year-old Chinese woman had been “knocked out in unprovoked attack in NYC’s Chinatown” on June 1.