The Koreas | Diplomacy | East Asia

chess game: Seoul Court Rejects Slave Labor Claim Against Japanese Firms

ตรวจ หวย 1 มิถุนายน 2562 กอง สลาก, SINGER โดนตลท.แขวน H เหตุมีบิ๊กล็อตปริศนารายใหญ่เกินกว่า 25%นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการคอนโดมิเนียมที่ตำบลแพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ มูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท จำนวนห้องพักประมาณ 1,000 ยูนิต เจาะลูกค้ากลุ่มระดับ B-C และโครงการในทำเลบางบัวทอง มูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท ทั้ง 2 โครงการเป็นรูปแบบ mixed-use คาดว่าจะเปิดขายในช่วงไตรมาส 4/58 เพื่อทยอยรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงปี 59-60 ส่วนโครงการเดอะ ไมอามี่ บางปู มูลค่าโครงการ 5,500 ล้านบาท เริ่มเปิดขายแล้วและสร้างยอดขายได้แล้ว 40% น่าจะรับรู้รายได้ทั้งหมดภายในปี 59สำหรับอันดับเครดิตที่ระดับ BBB+ ของหุ้นกู้มีผู้ค้ำประกันชนิดทยอยชำระคืนเงินต้นนั้นสะท้อนลักษณะการด้อยสิทธิทางโครงสร้าง (Structural Subordination) ของการออกหุ้นกู้ที่ระดับบริษัทโฮลดิ้ง ทั้งนี้ เนื่องจากกระแสเงินสดของบริษัทส่วนใหญ่มาจากเงินปันผลจากการดำเนินงานของบริษัทลูก (Operating Company) ซึ่งจะเป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ของบริษัทลูกแต่ละแห่ง" PYLON แกร่งกว่าตลาด ลุ้นกำไร Q2 ทำนิวไฮ ชู Backlog สูงรองรับรายได้แล้ว 90%",อย่างไรก็ดี บริษัทยังได้รับปัจจัยบวกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เนื่องจากต้นทุนการเงินที่ลดลงจากการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ และหากการประชุม กนง.ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้มีการปรับลดดอกเบี้ย R/P ลงอีกจะยิ่งส่งผลดีต่อบริษัทอนึ่ง เมื่อวันที่5 ก.ย.57 มีรายการซื้อขายหุ้นของบริษัทผ่านระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์บนกระดานรายใหญ่ (Big Lot Board) โดยนายมงคล สุนทรสุข ได้ซื้อหุ้นสามัญของบริษัทจำนวนรวม 44,001,150 หุ้น คิดเป็น 15.7% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจากนายณัฎฐชัย ตังจารุพงศ์สกุล จำนวน 25,891,300 หุ้น นายเสกสรร ทะอินตา จำนวน 12,211,400 หุ้น และนางนงลักษณ์ ปัญญาเลิศ จำนวน 5,898,450 หุ้นขณะที่คาดว่า GDP จะผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 1/58 เนื่องจาก 1.การเร่งเบิกจ่ายของโครงการภาครัฐ 2.สัญญาณการฟื้นตัวของภาคการส่งออกและภาคการบริโภคในประเทศ และ 3.สภาพคล่องส่วนเกินที่ยังอยู่ในระบบในช่วง 2H58 ซึ่งหุ้น Top Pick ได้แก่ STEC, CENTEL, MINT, PS, AP, MC, MEGA, และ NYT โดยคาดว่า GDP ในไตรมาส 2 จะเติบโตได้ 3.2% ไตรมาส 3 อยู่ที่ 3.8% และไตรมาส 4 อยู่ที่ 4% และประเมิน GDP ทั้งปีไว้ที่ 3.4% โดยการขับเคลื่อนหลักจะมาจากภาคการลงทุนรัฐบาล “รพี สุจริตกุล” โบ้ยตอบ NMG พร้อมชู 6 แผนพัฒนาตลาดทุนขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯของไทยมีในปี 2558 มีทิศทางที่ผันผวน (แต่มีแนวโน้มอ่อนค่าในเดือนพฤษภาคม) แต่คงระดับอยู่ที่ 32-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่หลายๆ ประเทศในอาเซียน ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป ค่าเงินมีแนวโน้มอ่อนค่า ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้ไทยส่งออกสินค้าได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตามในช่วงเดือนพฤษภาคม 2558 อัตราแลกเปลี่ยนของไทยเริ่มอ่อนค่ามาอยู่ในระดับ 33.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถ้าอัตราแลกเปลี่ยนในครึ่งปีหลังยังคงอ่อนค่าต่อเนื่องจากเดือนพฤษภาคม จะทำให้สถานการณ์การส่งออกสินค้าของไทยในปี 2558 ดีขึ้นประกอบกับงานเก่าในบริษัทลูกซึ่งมีกำไรน้อยหรือขาดทุนเริ่มหมดลง คาดอัตรากำไรจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี และยังมีปัจจัยบวกจากการย้ายเข้าเทรดใน SET ซึ่งราคาหุ้นมีแนวโน้มที่จะ re-rate PE ขึ้น ราคาหุ้น PYLON ปัจจุบันซื้อ-ขาย บน PE เพียง 16.6x (เทียบกับกลุ่มที่ 20-25 เท่า)AOT ปิดที่ 308.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาทกลยุทธ์ที่แนะนำ : ช่วงบ่าย: แกว่งใกล้ระดับ 1500 จุดต่อ โดยแนวต้านถัดไปอยู่ที่ 1507 และ 1520 ตามลำดับ แต่อย่างไรก็ดีนักลงทุนคงต้องระมัดระวังแรงเทขายก่อนหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งคาดว่าจะมีข่าวการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซออกมา ให้แนวรับไว้ที่ระดับ1496, 1490 ตามลำดับ แนะเก็งกำไรในกรอบแนวต้าน-รับ ที่ได้ให้ไว้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ AOT (รับ 303 ต้าน 314 Cut 300) และ PTTGC (รับ 65.75 ต้าน 68.00 Cut 65.50) สำหรับกรณีฐานของทริสเรทติ้งนั้นใช้ความน่าจะเป็นที่ 90% สำหรับพลังงานไฟฟ้าที่คาดว่าจะผลิตได้ (P90) และประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าเฉลี่ยที่ 77.5% ซึ่งคาดว่าบริษัทจะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 340-350 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี และคาดว่าบริษัทจะมี EBITDA ประมาณ 3,400-3,500 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2558-2563 และตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไปคาดว่า EBITDA จะค่อย ๆ ลดลงเนื่องจากการทยอยหมดอายุของ Adder และคาดว่าอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนจะปรับตัวดีขึ้นเป็น 60%-65% ภายในปี 2559อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นทั่วโลกยังติดตามหลายเรื่องไม่ว่าจะเรื่องกรีซที่ยังไม่จบ และการประชุมโอเปคในวันนี้ ซึ่งคาดว่าโอเปคจะคงกำลังการผลิต และในสัปดาห์หน้ามีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อีกด้วยQH ซื้อ ราคาหุ้นฟื้นตัวด้วยรูปแบบ Bullish Harami และแกว่งทะลุผ่านเส้นค่าเฉลี่ยระยะสัปดาห์ พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้นตามแนวโน้มขึ้น มีโอกาสแกว่งฟื้นตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง มีแนวต้านแรกบริเวณ 2.80 บาท และถัดไปที่ 2.94 บาทพร้อมทั้งชูนโยบายและแผนการดำเนินงานของก.ล.ต. โดยกำหนดกลยุทธ์ 6 ด้านในงานแถลงข่าว คือ?ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (4 มิ.ย.58) จากข้อมูลการซื้อขายหุ้นรายวันผ่านไทย เอ็นวีดีอาร์ ซึ่งเป็นดัชนีหนึ่งที่สะท้อนการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ พบว่าหุ้นที่มีการซื้อสุทธิมากที่สุด 30 อันดับแรก หากพิจารณาจากจำนวนหุ้นที่ซื้อสุทธิ ได้แก่SET : ลุ้นรีบาวด์ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะหุ้น SCN ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 14-13.70 แนวต้าน 14.70-15 , 15.50 cut loss ถ้าหลุด 13.70 SENA (4.14 บาท)บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)นายสุทธิชัย แซ่หยุ่นนายพนา จันทรวิโรจน์นายเชวง จริยะพิสุทธิ์นายปกรณ์ บริมาสพรนางสาวดวงกมล โชตะนานายเสริมสิน สมะลาภานายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจนางสาวเขมกร วชิรวราการนายณิทธิมน หัสดินทร ณ อยุธยาขณะที่ราคาหุ้น FER ณ เวลา 15.09 น. อยู่ที่ 1.71 บาท ปรับตัวขึ้น 0.14 หรือ 8.92% มูลค่าการซื้อขาย 91.06 ล้านบาททั้งนี้ อาลีบาบาซึ่งเป็นเจ้าของเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซ Tmall และ Taobao ที่ได้รับความนิยมในจีน และ Alipay ซึ่งเป็นผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกรายใหญ่ที่สุดของจีนนั้น จะกลายเป็นเจ้าของแหล่งทรัพยากรด้านข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งครอบคลุม อี-คอมเมิร์ซ การเงิน โลจิสติกส์ และวัฒนธรรม。

โดยทั้ง 3 โครงการดังกล่าว ดำเนินการโดยบริษัท 17 อัญญวีร์ โฮลดิ้ง จำกัด ,บริษัท มีเดียมาร์ค จำกัด และบริษัท เฮลท์ แพลนเน็ท เมเนจเม้นท์(ประเทศไทย) จำกัด โดยทั้ง 3 บริษัทดังกล่าว เป็น 3 ใน 4 บริษัทของกลุ่มบริษัท มิเลนเนี่ยม แอคท์ จำกัด (MIL) ที่บริษัท ซุปเปอร์โซล่าร์ เอนเนอร์ยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SUPER ได้เข้าซื้อหุ้นเมื่อเร็วๆ นี้,อีกทั้งก.ล.ต.ก็อยู่ระหว่างการปรับปรุงเกณฑ์ขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับนักลงทุนในวงจำกัด (PP) ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นเดิม เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีบางบริษัทใช้เทคนิคเพื่อเปิดช่องทางในการขายหุ้น PP ในราคาต่ำ ส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น โดยคาดว่าภายใน 2-3 สัปดาห์นี้จะได้ข้อสรุปของแนวทางกฎเกณฑ์และจะเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็น โดยคาดว่าจะบังคับใช้ได้ในช่วงไตรมาส 3/58 TPIPL บวก 2.90% วอลุ่มแน่นมองแนวโน้ม H2/58 โตมาก-ลุ้นเข้า SET50สำหรับปัญหาด้านอุปทานเงินเติบโตเล็กน้อยเป็น +6% ในเดือน เม.ย.จากเดิม +6.1% ในเดือน มี.ค.และ +5.4% ในเดือน ก.พ.ซึ่งปัญหาการเงินในประเทศและปัญหาสภาพคล่องเริ่มมีสัญญาณของการฟื้นตัว จากอัตราดอกเบี้ยตลาดที่ต่ำ รวมทั้งการเร่งเบิกจ่ายของงบภาครัฐที่รวดเร็วขึ้น ในขณะที่การปล่อยสินเชื่อภาคธุรกิจเริ่มดีขึ้นเป็นเวลา 4 เดือนติดต่อกันเป็น 5.4% ในเดือน เม.ย.จากเดิม +5% ในเดือน มี.ค.และ +4.7% ในเดือน ก.พ.ตามลำดับ ส่วนการเติบโตของฐานเงินฝากเพิ่มขึ้น 5.2% ในเดือน เม.ย.ลดลงเล็กน้อยจากเดิม +5.3% ในเดือน มี.ค.และ +4.3% ในเดือน ก.พ. ซึ่งสัดส่วนสินเชื่อต่อฐานเงินฝากยังทรงตัวที่ราว 94.5% ในเดือน เม.ย. แนะนำซื้อ STEC โดยมีแนวรับที่ 22.80 และ 22.60 และมีแนวต้านที่ 23.50 และ 24.00 เป็นจุดขายทำกำไรBLAND กรอบ 1.53-1.66SENA (4.14 บาท)แนวต้าน 1.40-1.50 บาท,ในปี 2557 ยอดขายของบริษัทอยู่ที่ 8,542 ล้านบาท ลดลง 37% จากปีก่อน ยอดขายที่ลดลงเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศและบริษัทเปิดขายโครงการใหม่น้อยลง ในขณะที่ยอดขายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2558 เท่ากับ 2,721 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 132% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทริสเรทติ้งคาดว่ายอดขายของบริษัทจะกลับมาอยู่ที่ระดับ 8,000-11,000 ล้านบาทต่อปีได้ในช่วงปี 2558-2560สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน คาดว่าขยายตัวได้ 1.48% ถึง 2.34% จากตลาดส่งออกเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากการ Allocate การผลิตจากบริษัทแม่ แต่สำหรับตลาดภายในประเทศ อาจเติบโตจากปีก่อนเพียงเล็กน้อย บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ (4 มิ.ย.)ว่า แนะนำ ซื้อ DEMCO ราคาเป้าหมาย 17.10 บาท/หุ้น เนื่องจากยังรอข่าวดีเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างการถือหุ้นของ WEH อยู่ ซึ่งคาดว่าน่าจะเสร็จเรียบร้อยภายในเดือนกรกฎาคม 2558เคาะกลยุทธ์ลงทุนบ่าย,JAS28C1510A +12.0% (JAS +0.8%)BRM15/2,105 Short เปิดได้ตอนเช้าที่ 2,096 บาท ถือต่อถ้ายังไม่ผ่าน 2,110 บาท รอทำกำไร 2,075 บาทส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจในปีนี้ มองว่าจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นได้ในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่การส่งออกของไทยน่าจะเริ่มฟื้นตัวได้ในช่วงนั้น โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจยังคาดว่าทั้งปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ในกรอบ 3.0-3.5% Most Positive Impact: PTT (+1.22 จุด)/ BDMS (+0.99 จุด)/ TRUE (+0.79 จุด),ทั้งนี้ มติของกพช.แบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกจะเป็นกลุ่ม SPP ที่จะทำสัญญาใหม่ ซึ่งจะรับซื้อไฟฟ้าในปริมาณไม่เกิน 20% ของกำลังการผลิตติดตั้งเดิม และอีกส่วนเป็นกลุ่ม SPP ที่จะหมดอายุสัญญาในปี 60-61 จะได้รับการต่ออายุอีก 3-5 ปีในปริมาณรับซื้อที่น้อยที่สุดบล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ (4 มิ.ย.)ว่า แนะนำ ซื้อ DEMCO ราคาเป้าหมาย 17.10 บาท/หุ้น เนื่องจากยังรอข่าวดีเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างการถือหุ้นของ WEH อยู่ ซึ่งคาดว่าน่าจะเสร็จเรียบร้อยภายในเดือนกรกฎาคม 2558ทั้งนี้ การปรับลดลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงิน และการอ่อนค่าลงของค่าเงินบาทหลังจากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 รอบที่ผ่านมา น่าจะช่วยหนุนนำการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าได้ แม้ว่าเครื่องชี้เศรษฐกิจล่าสุดของ ธปท.ยังคงบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่อานิสงส์ของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งที่ผ่านมาน่าจะเพียงพอในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่ง เพื่อรอแรงส่งจากการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลังของภาครัฐไม่ว่าจะเป็นการเร่งผลักดันโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมการลงทุนของเอกชน รวมทั้ง มาตรการในการกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนในต่างจังหวัด NCH เผย 5 เดือนยอดขายแล้วเกือบพันลบ.มั่นใจทั้งปีเข้าเป้า-เปิด 3 โครงการใหม่ สำหรับการลดดอกเบี้ยนโยบายครั้งล่าสุด มีส่วนช่วยให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างชัดเจน โดยค่าเงินบาทอ่อนค่าลงราว 1 บาท มาอยู่ที่ระดับประมาณ 33.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งนับเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยพยุงภาคการส่งออกของไทยในช่วงครึ่งปีหลังได้บ้าง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เศรษฐกิจในด้านอื่นๆ ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนัก โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยเดือนเมษายนชี้ให้เห็นถึงการท่องเที่ยวที่ยังฟื้นตัวแข็งแกร่งและการเบิกจ่ายงบภาครัฐเร่งตัวได้ดีขึ้น ในขณะที่การใช้จ่ายของเอกชนในประเทศและรายได้จากการส่งออกยังคงอ่อนแรง ด้านความเชื่อมั่นในภาคเอกชนที่หักหัวลงก็เป็นประเด็นที่ต้องจับตามองกลยุทธ์การลงทุน Investment Tactic : กลยุทธ์หลักวันนี้ยังให้เน้นหุ้นส่งออก HANA, SVI, VNG, STA 。

The decision seemed to contradict 2018 Supreme Courts rulings against Japanese firms, which had enraged Tokyo.

Seoul Court Rejects Slave Labor Claim Against Japanese Firms
Credit: Depositphotos

A South Korean court on Monday rejected a claim by dozens of World War II-era Korean factory workers and their relatives who sought compensation from 16 Japanese companies for their slave labor during Japan’s colonial occupation of Korea.

The decision by the Seoul Central District Court appeared to run against landmark Supreme Court rulings in 2018 that ordered Nippon Steel and Mitsubishi Heavy Industries to compensate Korean forced laborers.

It largely aligns with the position maintained by the Japanese government, which insists all wartime compensation issues were settled under a 1965 treaty normalizing relations between the two nations that was accompanied by hundreds of millions of dollars in economic aid and loans from Tokyo to Seoul.

A total of 85 plaintiffs had sought a combined 8.6 billion won ($7.7 million) in damages from 16 Japanese companies, including Nippon Steel, Nissan Chemical and Mitsubishi Heavy Industries.

The court dismissed their civil lawsuit after concluding the 1965 treaty doesn’t allow South Korean citizens to pursue legal action against the Japanese government or citizens over wartime grievances. Accepting the plaintiffs’ claim would violate international legal principles that countries cannot use domestic law as justification for failures to perform a treaty, the court said.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Some plaintiffs told reporters outside the court they planned to appeal. An emotional Lim Chul-ho, 85, the son of a deceased forced laborer, said the court made a “pathetic” decision that should have never happened.

“Are they really South Korean judges? Is this really a South Korean court?” he asked. “We don’t need a country or government that doesn’t protect its own people.”

It wasn’t immediately clear how the ruling would affect diplomacy between the estranged U.S. allies, which have faced pressure from the Biden administration to repair relations that sank to postwar lows during the Trump years over history and trade disputes.

South Korea’s Foreign Ministry said in a statement that it respects the decisions by domestic courts and is willing to engage in talks with Tokyo to find “rational” solutions that can satisfy both governments and the wartime victims.

Japanese Chief Cabinet Secretary Kato Katsunobu said Tokyo was carefully watching the developments in South Korea and hoping that Seoul would take a responsible action to improve ties. He said bilateral relations were still in a “severe condition” because of issues related to Korean forced laborers and wartime sex slaves.

“We believe it is important for South Korea to act responsibly to resolve the outstanding problems between the two countries and we will be watching concrete proposals by the South Korean side aimed at resolving the problems,” Kato said at a news briefing.

The plaintiffs had said the workers endured harsh conditions that caused “extreme” mental and physical pain that prevented them from resuming normal lives after they returned home at the end of the war.

The Seoul court said in its ruling that it had to consider that forcing Japanese companies to compensate the victims would cause significant “adverse reactions” for South Korea internationally.

“A forcible execution (of compensation) would violate the large constitutional principles of ensuring the safety of the country and maintaining order, and would constitute an abuse of power,” the court said, describing its ruling as an “inevitable” decision.

In April, the court issued a similar ruling on a claim by Korean victims of Japanese wartime sexual slavery and their relatives, another sticking point in bilateral relations. In that ruling, the court denied their claim for compensation from Japan’s government, citing diplomatic considerations and principles of international law that grant countries immunity from the jurisdiction of foreign courts.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Relations between Seoul and Tokyo have been strained since South Korea’s Supreme Court in 2018 ordered Nippon Steel and Mitsubishi Heavy Industries to compensate Korean forced laborers. Those rulings led to further tensions over trade when Japan placed export controls on chemicals vital to South Korea’s semiconductor industry in 2019.

Seoul accused Tokyo of weaponizing trade and threatened to terminate a military intelligence-sharing agreement with Tokyo that was a major symbol of their three-way security cooperation with Washington. South Korea eventually backed off and continued the deal after being pressured by the Trump administration, which until then seemed content to let its allies escalate their feud in public.

South Korea’s tone on Japan has softened since the inauguration of U.S. President Joe Biden, who has been stepping up efforts to bolster three-way cooperation among the countries that declined under Donald Trump’s “America first” approach, to coordinate action in the face of China’s growing influence and North Korea’s nuclear threat.

South Korean President Moon Jae-in in a nationally televised speech in March said his government was eager to build “future-oriented” ties with Japan and that the countries should not allow their wartime past to hold them back.