Trans-Pacific View | Politics

lego multiplayer games: The US Consensus on China Is Just a Mirage

ตรวจ สลากกินแบ่ง งวด วัน ที่ 1 กันยายน 60 3, PCA คาดรายได้-กำไร Q2/58 ดีกว่า Q1/58 พร้อมคงเป้ารายได้รวมปีนี้โต 15-20% องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลก เนื่องจากการลงทุนที่ซบเซา ท่ามกลางสถานการณ็์ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับโอกาสในการขยายตัวที่แข็งแกร่งขึ้น โดยคาดว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.1% ในปีนี้ ซึ่งลดลงจากคาดการณ์การขยายตัวเดือนมี.ค.ที่ 4.0% และคาดว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.8% ในปี 2559 เมื่อเทียบกับคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 4.3%,ANAN มีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 3.76 บาท และมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ 3.90 บาท ,แนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ สะท้อนการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่า ปตท.สผ. จะยังคงดำรงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งต่อไปได้ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย และมีความยืดหยุ่นในการชะลอแผนค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนรวมถึงมีสภาพคล่องที่เพียงพอจะช่วยให้บริษัทผ่านช่วงตกต่ำของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมไปได้ราคาปิด 3.86 ตัดขาดทุน 3.76นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะเปิดสาขาที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งถือว่าเป็นอีกหัวเมืองหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีศักยภาพที่ดีสำหรับการลงทุนในธุรกิจรถยนต์มือสอง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาเรื่องโครงสร้างเพื่อให้มีมาตรฐานการให้บริการลูกค้าเช่นเดียวกับสาขาอื่น ๆ โดยคาดว่าภายในไตรมาส 3 ของปีนี้สาขาดังกล่าวน่าจะเปิดให้บริการได้บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(3 มิ.ย. 58) ว่า ราคายางในตลาด TOCOM บวกต่อเนื่อง ล่าสุดสูงสุดรอบ 1 ปี โดยหุ้น บมจ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี(STA), บมจ.ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย)หรือ TRUBB หุ้นทั้งคู่ ราคายังต่ำกว่า BV ราว 10%ประเด็นสหรัฐฯ สำคัญที่ต้องติดตามในคืนวันที่ 2 มิ.ย. (เวลาไทย) , 1. โปรโมชั่นเที่ยวเดินทางประเภท 30 วัน สำหรับบุคคลทั่วไปโดยปัจจุบัน HPT มีทุนจดทะเบียนจำนวน 130 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 520 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.25 บาท โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเท่ากับ 100 ล้านบาท บริษัทจะทำการเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 120 ล้านหุ้น ให้กับประชาชนทั่วไปนักลงทุนจับตาดูการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษในวันนี้ หลังจากที่ธนาคารกลางได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจอังกฤษในปีนี้และปีหน้า โดยระบุว่า เศรษฐกิจจะเติบโต 2.5% ในปีนี้ และ 2.6% ในปีหน้า จากเดิมที่คาดการณ์ในเดือนก.พ.ที่ระดับ 2.9% สำหรับปีนี้และปีหน้า ขณะที่การปรับลดคาดการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ การแข็งค่าของปอนด์, ภาวะซบเซาในตลาดที่อยู่อาศัย และประสิทธิภาพการผลิตที่ระดับต่ำแนวรับ 3.78-3.82 บาทแค่นั้นยังไม่พอการเข้าไปซื้อกิจการของร้านอาหาร Dean Deluca จะสร้างรายได้ก้อนมหาศาลปีละ 3,000 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ครึ่งหลังของปีนี้เลย เด็กแนวจึงมองว่าหุ้นตัวนี้กินยาว ต้องสะสม ด้านเทคนิคราคาหุ้นวิ่งแคบ กล้าๆ กลัวๆ ตามประสาถ้าราคายังไม่แรงไม่มีใครตาม เว้นแต่คนมองยาวเข้าสะสมถือว่าได้เปรียบ ถ้าเล่นสั้นแนวต้าน 3.20 บาท แต่ถ้าเล่นยาวราคาพื้นฐาน 5 บาท คิดกันดูว่าเราอยากจะเป็นแบบไหน,หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น โดยหุ้นเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค และหุ้นเวลส์ ฟาร์โก ต่างก็ปรับตัวขึ้นกว่า 1% ขณะที่หุ้นเมทไลฟ์ ทะยานขึ้น 2.2% ขณะที่นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ โดยในวันนี้ สหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ และประสิทธิภาพการผลิต-ต้นทุนแรงงานต่อหน่วยที่มีการปรับทบทวนในไตรมาส 1/2558 ส่วนในวันพรุ่งนี้จะมีการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ค. และสินเชื่อผู้บริโภคเดือนเม.ย.、new free pc games、ประกอบกับบริษัทยังมีมูลค่างานคงค้างในมือ (backlog) ในปัจจุบันประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 58 โดยส่วนใหญ่เป็นงานโครงการวางระบบสื่อสารเป็นหลักและงานในส่วนของดิจิตอล ทีวีและสตูดิโอ อาทิ งานติดตั้งระบบสื่อสารดาวเทียมภาค พื้นดิน โครงการปรับปรุงและพัฒนาระบบสื่อสารดาวเทียมของ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (AEROTHAI) เป็นต้น รวมถึงรถถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ (DSNG) , MACD ปรับตัวลดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยในแดนลบ เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นปรับตัวลดลงต่ำกว่าแนวโน้มลง RSI ปรับตัวลดลงทดสอบระดับ 30。

SEAFCO Trading แนวรับ 11.10 แนวต้าน 11.80, 12.30 ตัดขาดทุน 10.90นอกจากนี้ Power Trade ยังสามารถช่วยให้นักลงทุนได้ติดตามข้อมูล ข่าวสารทางบริษัทได้คัดกรองจาก แหล่งข้อมูล ชั้นนำ สรุปสภาวะตลาด รวมถึงสารสนเทศ จากบลจ. ต่างๆ และคัดกรอง เฉพาะข่าวสาร ที่ต้องกา ตาม Keyword หรือ ระบุช่วงเวลา ได้ ไม่เพียงเท่านี้ Power Trade ยังมีระบบแจ้ง เตือนสถานะ Order ได้ ทั้งระบบเสียง และระบบสั่น พร้อมมีบริการแจ้งฝาก และ ถอนเงินออนไลน์อีกด้วย โดยทางบริษัทมั่นใจไม่ทำให้นักลงทุนผิด หวังและประสบความสำเร็จสูงสุดจากการลงทุนAOTฟื้นตัวในกรอบแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น กลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสัปดาห์พร้อมปริมาณการซื้อขายสูงสนับสนุน แนวต้านแรกตามกรอบแนวโน้ม 310 บาท เป้าหมายถัดไป 325 บาท?ยังลงไม่สุดแต่เริ่มน่าสน มองบ่ายนี้ยังผันผวนในแดนลบต่อ ขณะแรงจูงใจของสถาบันในการเข้าซื้อดูลดน้อยลง หลัง P/E 58 มีการดีดตัวสูงขึ้นจากการปรับประมาณการผลตอบแทนลง ขณะต่างชาติเริ่มมีการทยอยการขายออกมาต่อเนื่อง มองกรอบการซื้อขายบ่ายนี้ 1475,1480-1500แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (3 มิ.ย.) เชื่อว่าดัชนีจะซึมลงต่อ แต่ไม่มาก อย่างไรก็ตามมีโอกาสฟื้นตัวได้บ้างในช่วงบ่าย พร้อมให้กรอบแนวต้าน 1,490 จุด แนวรับ 1,470 จุด,หุ้นเนสเล่ ปรับตัวลง 0.8% หลังจากมีรายงานว่าหน่วยงานด้านการดูแลอาหารในกรุงนิวเดลีของอินเดียจะระงับการขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Maggi ของบริษัทเนสเล่เป็นการชั่วคราว หลังจากพบสารตะกั่วในปริมาณที่สูงในตัวอย่างอาหารหุ้นเมอร์ก ซึ่งเป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ ปรับตัวลง 0.48% ส่วนหุ้นอาร์เซลอร์มิททาล พุ่งขึ้น 3.05% หุ้นบีเอ็นพี พาริบาส์ ปรับขึ้น 2.23% และหุ้นอัลสตอม ทะยานขึ้น 2.18%อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนในระหว่างวัน หลังจาก EIA ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 29 พ.ค.ลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 477.4 ล้านบาร์เรล จากที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.6 ล้านบาร์เรลโดยปัจจุบัน HPT มีทุนจดทะเบียนจำนวน 130 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 520 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.25 บาท โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเท่ากับ 100 ล้านบาท บริษัทจะทำการเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 120 ล้านหุ้น ให้กับประชาชนทั่วไปแนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ สะท้อนการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่า ปตท.สผ. จะยังคงดำรงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งต่อไปได้ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย และมีความยืดหยุ่นในการชะลอแผนค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนรวมถึงมีสภาพคล่องที่เพียงพอจะช่วยให้บริษัทผ่านช่วงตกต่ำของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมไปได้,S5028P1506A +5.3% (S50M15 -1.0%) BTS ประกาศปรับค่าโดยสารอย่างเป็นทางการ เริ่มใช้โปรใหม่ 1 ก.ค.นี้อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงกดดันในระหว่างวัน หลังจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้รับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลก โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.1% ในปีนี้ ซึ่งลดลงจากคาดการณ์การขยายตัวเดือนมี.ค.ที่ 4.0% และคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.8% ในปี 2559 เมื่อเทียบกับคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 4.3%บล.แมคควอรีเปิดเผยว่าPut DW บวกแรงในวันอังคาร หลังจากดัชนีหลักทรัพย์อ้างอิงและหุ้นอ้างอิงปิดร่วงหนัก โดยดัชนีหลักทรัพย์ SET50 ปิด -1.4% ส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50M15 ปิด -1.5% ส่งผลให้ Put ปรับตัวขึ้นเช่น S5028P1506B +14.5% S5028P1506A +10.5% และ S5028P1509B +7.5% เป็นต้นรวมทั้งนายพิษณุ สุวรรณชฎ เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ในโอกาสให้เกียรติร่วมพิธีเปิดทำการธนาคารกรุงเทพ สาขาย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.58เอชเอสบีซี โฮลดิงส์เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีนในเดือนพ.ค.เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.5 ซึ่งเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 8 เดือน เทียบกับ 52.9 ในเดือนเม.ย.โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมภาคบริการยังคงมีการขยายตัว และหากดัชนีต่ำกว่า 50 จะบ่งชี้ถึงภาวะหดตัว,legendary pokemon sword and shield โดยนายภาดล วรรณรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลงกว่า 10 จุด เป็นไปตามตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างปรับตัวลงกัน เนื่องจากมีความกังวลกรีซที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับเจ้าหนี้ได้ เพราะกรีซจะมีครบกำหนดชำระหนี้ในวันศุกร์นี้ 300 ล้านยูโร และทั้งเดือนนี้คิดเป็นเงินที่ต้องชำระหนี้ประมาณ 1,600 ล้านยูโรโดยกำหนดระยะเวลาการห้ามขายหุ้นทั้งหมด (Silent Period)สำหรับผู้ลงทุนที่ได้รับหุ้นจากการเสนอขายหุ้นต่อบุคคลในวงจำกัดในราคาต่ำกว่าร้อยละ 90 ของราคาตลาดเป็นเวลา 1 ปี นับแต่วันที่หุ้นเข้าทำการซื้อขาย ทั้งนี้ นักลงทุนรายดังกล่าวคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการพิจารณาไม่เกิน 3 เดือน นับจากปัจจุบันส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน พ.ค.58 อยู่ที่ 105.76 เพิ่มขึ้น 0.94% จากพ.ค.57 และเพิ่มขึ้น 0.05% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้ Core CPI 5 เดือนแรก โต 1.27%。

Anyone hoping that U.S. China policy will avoid the pitfalls of growing political polarization is going to be disappointed.

The US Consensus on China Is Just a Mirage
Credit: Depositphotos

It’s been assumed that Washington, D.C. has finally reached a consensus on China and any suggestion that differences may persist is gently chided. U.S. relations with China are described as the “last bipartisan issue in Washington,” and there’s some evidence of that. Republican Senator John Barrasso said that China is an “enduring strategic threat to us” and emphasized that “[i]t’s important to speak with a unified voice.” Democratic Senator Tim Kaine said that “even if we had criticisms occasionally about Trump’s strategy on China, we didn’t criticize his motive. We thought, ‘He sees the challenge the right way.’” The U.S. public seems to be on board too, with the Pew Research Center reporting large bipartisan majorities of Americans in support of promoting human rights in China.

It’s not hard to see why either – China gives Americans the foreign adversary that they love to pit themselves against and provides a foolproof argument for stimulating domestic industry. China’s economic practices are problematic, its military posturing directly threatens U.S. allies, and reports of its human rights abuses are abhorrent. In other words, there’s something for everyone to dislike.

The problem is it won’t last. Nature abhors a vacuum; U.S. politics abhors consensus. As long as political incentives lead parties to differentiate themselves and exploit divisions to play to political bases, then any consensus will be superficial and fleeting. In fact, anyone hoping that exploiting a threat from China will bring Americans together is going to be disappointed – research has shown that external threats have almost no bearing on domestic polarization.

Just because there’s superficial consensus for now doesn’t mean the parties are identical, either. Meaningful differences exist between the parties – basically Republicans prefer military spending and Democrats prefer industrial policy, though that’s a crude oversimplification. But under conditions of polarization, what those differences are is less important than the fact that differences exist. In polarized politics, bipartisanship is a practical consideration rather than a value of its own. Once practical considerations change, the need for bipartisanship evaporates.

For one thing, political science research has shown that bipartisanship is an electoral strategy that works best when politicians want to secure the support of voters outside of their party, the proverbial swing voters – in other words, bipartisanship is not a natural condition but only possible when incentives permit it. During the Cold War, this helped enable the liberal internationalist coalitions that defined much of U.S. strategy toward the Soviet Union. But with the incentives for bipartisanship removed – and when incentives steer parties toward emphasizing differences – then it’s harder to see how a new “Cold War consensus” could emerge. As researchers Robert Shapiro and Yaeli Bloch-Elkon wrote in 2008, “differences between Democrats and Republicans, and liberals and conservatives, have been as high as 70 percentage points. By comparison, partisan differences did not reach more than 20 points during the Korean War.” In fact, foreign policy could even act as a wedge issue deliberately intended to divide voters by appealing to core constituencies and peeling away swing voters.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

It’s not hard to see how this could apply to U.S. policy toward China (and already has). Indeed, the fissures are already there to be exploited. Senate Minority Leader Mitch McConnell has already warned Democrats against putting government programs under the umbrella of “China policy.” Lines of attack against Biden have been opened from the left, not only from overtly socialist outlets like Jacobin but also from more mainstream outlets like The Progressive and The Nation, as well as members of Congress. Differences can emerge among voters too – in the Pew Research poll mentioned above, Republicans support limiting China’s power and growth more than Democrats by an almost 2:1 margin. In fact, Republicans and Democrats are inversed in terms of whether they prefer the promotion of human rights or preventing China’s rise.

Obviously, it’s often healthy to avoid consensus. Rather than being an intrinsic good unto itself, the value of consensus is the political space it makes available for constructive decision making. One of the reasons the United States found itself engaged in Afghanistan and Iraq for so long was because critical perspectives were marginalized in deference to a consensus that was based on faulty grounds. Some of the pushback against deepening confrontation with China is well-intentioned and thoughtful, relating to concern over what it may mean for military spending relative to other priorities, concern that the threat is exaggerated, or that it may limit the possibilities for cooperation in areas of common concern such as climate change.

The first problem isn’t that there’s something wrong with new and different ideas, it’s the question of what happens when it’s time to arbitrate among those different perspectives in order to actually move policy. This is especially challenging in intraparty disputes when political allies want input over the policy process and effectively circumscribe the options available to Biden. For example, the Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership (formerly just the TPP) is a massive agreement that meaningfully contributes to economic growth in the Asia-Pacific and sets a high standard for economic rules and norms, which will go a long way toward determining the geopolitical shape of the Asia-Pacific, but U.S. participation is a nonstarter given ratification is almost completely nonviable politically. If the United States maintains a light economic foothold in East Asia because executive orders and enforcement are the only practical steps the Biden administration can take, it ultimately won’t advance U.S. goals of setting rules and connecting markets.

Then there’s the other, bigger, and distinctly modern American problem of what to do when critics are opening lines of attack just for the sake of it and using distinction to create difference. It’s one thing to be an arbitrator in a marketplace of ideas, but a much different thing to do that when the critics aren’t arguing in good faith but still command serious influence in the policy process. This is why McConnell’s line about keeping initiatives to respond to China focused and limited can have the practical effect of putting a ceiling on the nature of Biden’s response and can lead to the possibility that initiatives take a least-common-denominator approach that garners the broadest support – very frequently, military spending, even if a more multifaceted response is in order. There’s also the ominous situation of hawks getting more hawkish simply to differentiate themselves from Biden, bringing with it the risk of such figures boxing themselves in on the options available to them and increasing the rhetoric that causes violence against Asian-Americans.

The most enduring consensus will be the mostly broad agreement on the nature of the challenge posed by Xi Jinping’s leadership, which itself is not a bad thing to come to an agreement on. Agreeing on how exactly to respond to that challenge will be much more difficult. If responding to China depends on bipartisan consensus, discerning which actors in Washington are operating in good faith and which are playing the role of an insincere spoiler will almost be as important as any strategy document.