The Debate

ไฮโลได้เงินจริงlogin: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

ผล บอล เมื่อ คืน 8888, นิกเกอิปิดเช้าพุ่ง 301.97 จุด รับกรีซบรรลุดีลเจ้าหนี้ SPALI หลังจากฟื้นตัวจากลงไปทดสอบแนวรับที่บริเวณ 17.80 บาท มาหลายวัน ล่าสุดได้ทำจังหวะ Technical Rebound แรงถึง 2.78% เตรียมขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญ 18.50 บาท (แนวต้านเกิดจากระดับเส้นค่าเฉลี่ย 25 วัน และเส้น Downtrend Line R1 ตามรูป),SCCC แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้านนอกจากนี้ ในอีก 5 ปีข้างหน้า ภาคตะวันออกจะเป็นภูมิภาคต้นแบบที่มีการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนและมั่นคง สามารถแก้ปัญหาเรื่อง น้ำ ได้อย่างถาวร ทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง เพราะขณะนี้ อีสท์ วอเตอร์ กำลังเร่งวางระบบโครงข่ายท่อให้เป็นแบบวงแหวน และพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนให้สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำของทุกภาคส่วน ตลอดจนพัฒนาระบบประปาชุมชนที่อยู่ตามแนวเส้นท่อของ อีสท์ วอเตอร์ เพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดของชุมชนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์พุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุด โดยหุ้นไดวา ซิเคียวริตีส์ พุ่งขึ้น 3.2% ขณะที่หุ้นกลุ่มส่งออกพุ่งขึ้นหลังจากเงินเยนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยหุ้นไดกิ้น อินดัสทรีส์ ปรับขึ้น 1.5% และหุ้นฟานุค ดีดตัวขึ้น 1.4%ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงกดดันเนื่องจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยเมื่อคืนนี้ว่า ยอดค้าปลีกร่วงลง 0.3% ในเดือนมิ.ย. สู่ระดับ 4.42 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย หลังจากที่ดีดตัวขึ้นจากภาวะซบเซาในช่วงฤดูหนาว โดยก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดว่ายอดค้าปลีกเดอืนมิ.ย.จะเพิ่มขึ้น 0.2%ราคาหุ้น ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 152.00 บาท ลบ 3.00 หรือ 1.94% มูลค่าการซื้อขาย 697.16 ล้านบาท, PLANB-FSMART ควงแขนพุ่งนิวไฮ หลังลงขันร่วมทุนโฆษณาบนตู้เติมเงิน ขนาดความถี่ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้เร็วขึ้นถึง 10 เท่าตัว จะได้ 4G ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น นางทรงพร กล่าวรวมทั้ง เห็นชอบให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลแห่งชาติ (National Data Center) ซึ่งนายกฯอยากให้ดำเนินการเสร็จภายใน ต.ค.58 เร็วกว่าแผนงานที่กำหนดแล้วเสร็จในปลายปีนี้ โดยมีเอกชนให้ความสนใจ 28 ราย แต่เบื้องต้นได้คัดเลือกบริษัทที่มีความพร้อมในการลงทุนเหลือประมาณ 20 ราย และกำลังพิจารณาเรื่องหลักเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุน สรุปหุ้นโดนขายชอร์ตหนัก ประจำวันที่ 13 ก.ค.58。 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจของจีน รวมถึงมติการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ)อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ยังมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงภาคบ่ายหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วันนี้มีมติอนุมัติโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ของกรมทางหลวง 3 เส้นทาง มูลค่าการลงทุนรวมถึง 1.6 แสนล้านบาท ซึ่งแรงซื้อดังกล่าวเป็นปัจจัยที่ช่วยประคองตลาดได้บ้างผล บอล เมื่อ คืน 8888 , PAF พุ่ง 7.07% เทคนิคมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น โบรกฯ แนะ “ซื้อ”RCL (ราคาปิดภาคเช้า 9.95)ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway up มีลุ้นที่จะปรับตัวขึ้นไปที่กรอบบนของกรอบ sideway ได้อีกครั้งสั้นๆ ไม่ต่ำกว่าแนวรับแถวๆ 18-17.70 บาทอีก แนะนำ ซื้อเก็งกำไรหวังผลดีดกลับขึ้นไปแถวๆ 19 บาทก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 17.60 บาท ธุรกิจ: ผลิตและจัดจำหน่ายรายการโทรทัศน์ ให้บริการจัดแสดงคอนเสิร์ตและการจัดกิจกรรมต่าง ๆสำหรับแผนปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ผลิตไอน้ำ ไฟฟ้า เพื่อช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงในกระบวนการผลิต มีแผนทาสารเคลือบภายในผนังเตาในกระบวนการผลิต ที่ช่วยลดการสูญเสียความร้อน และสะท้อนความร้อนดังกล่าวกลับเข้าระบบ รวมทั้งใช้ไฟฟ้าและไอน้ำจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (Cogeneration Power Plant) ที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อมได้อีกด้วยSET Index แนวโน้มขึ้นทดสอบ 1500 และ 1510 1492 / 1490 1497 / 1500。

นายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานกรรมาธิการยุโรป (EC) กล่าวในการแถลงข่าว ภายหลังบรรลุข้อตกลงประเด็นหนี้สินกรีซในวันนี้ว่า กรีซจะไม่หลุดพ้นจากการเป็นสมาชิกของยูโรโซน และนั่นเป็นสิ่งที่น่าพอใจ ขณะที่นายอเล็กซิส ซิปราส นายกรัฐมนตรีกรีซ เปิดเผยว่า กรีซจะยึดมั่นในข้อตกลงที่ทำร่วมกับยูโรโซน กรีซจะต่อสู้ต่อไปเพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง พร้อมกับกล่าวว่ากรีซได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นประชาธิปไตยและมีศักดิ์ศรีผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท บางกอกแร้นช์ จำกัด (มหาชน) หรือ BR ราคาก่อนเปิดตลาด (Pre Open) 5 นาที อยู่ที่ 10.50 บ. โดยจำนวนหุ้นที่มีการซื้อขายก่อนตลาดประมาณ 28 ล้านหุ้น ด้านฝั่งซื้อ (Bid) ประมาณ 20 ล้านหุ้น ส่วนฝั่งขาย (Offer) ประมาณ 14 ล้านหุ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถเปิดเหนือ IPO ได้ตามคาดการณ์,ราคาหุ้น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 23.90 บาท บวก 1.00 หรือ 4.37% มูลค่าการซื้อขาย 616.67 ล้านบาทEnergy: ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือแนวรับของกรอบแนวโน้มขาลงที่ 19000 และมีแนวต้านที่ 20000 และ 20500ด้านนาวสาวภัทธิรา ปาลวัฒน์วิไชย กรรมการผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่อง 2 เปิดเผยว่า เนื่องด้วยวางโพซิชั่นนิ่ง ช่อง 2 เป็น สถานีข่าวลึก บันเทิงร้อน จึงใช้กลยุทธ์ 3i ประกอบด้วย iNTENSE คือ นำเสนอด้วยความเข้มข้น, iN-DEPTH นำเสนออย่างเจาะลึก และ iN TIME นำเสนอทันทุกเหตุการณ์สอดรับกับนโยบายมุ่งผลิตรายการสด และนำเสนอหลากหลายรูปแบบโดยเฉพาะรายการข่าวมีทั้งข่าวด่วน, ข่าวกระแส, ข่าวสถานการณ์, ข่าวเจาะเชิงลึก ฯลฯ เพื่อขึ้นสู่ผู้นำ สถานีข่าวบันเทิง อันดับ 1 ของเมืองไทยสมบูรณ์แบบ ,สำหรับรายได้ปีนี้ยังคงเป้าหมายการเติบโตที่ราว 40% จากปีก่อน และกำไรสุทธิก็จะเติบโตไปตามรายได้ โดยรายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากสื่อโฆษณาดิจิตอล ในรูปแบบจอ LED เป็นหลัก โดยปีนี้วางงบลงทุนไว้ 300-400 ล้านบาท เพื่อใช้ขยายป้ายโฆษณาเพิ่มเติมทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด และการลงทุน BUS Wi-Fi ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการติดตั้ง คาดว่าจะสามารถแล้วเสร็จได้ในปลายเดือนก.ค.นี้สำหรับแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทว่า ในปี 58 คาดว่ารายได้จะเติบโตได้ราว 15-20% โดยขณะนี้บริษัทมีมูลค่าสัญญาของลูกค้าประมาณ 1 พันล้านบาท แต่เหลือรอรับรู้รายได้ราว 670 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้จะรับรู้รายได้ราว 270 ล้านบาท และยังอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่วนกำไรจะเติบโตได้สูงกว่ารายได้ แม้ว่าปีนี้จะมีค่าใช้จ่ายในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งบันทึกไปเมื่อไตรมาส 1/58 แต่บริษัทได้ผ่านจุดที่เป็น Economy of scale เมื่อได้เพิ่มจำนวนรถครั้งล่าสุดไปอีก 16 คันแล้วนอกจากนี้ ยังมีแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลง หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านและ 6 ชาติมหาอำนาจของโลกได้บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์แล้วในวันนี้ ซึ่งจะนำไปสู่การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และส่งผลให้อิหร่านส่งออกน้ำมันในตลาดโลกได้อนึ่ง ผลประกอบการในช่วงที่ผ่านมา ปี 56 บริษัทมีรายได้รวม 206.76 ล้านบาท จากนั้นในปี 57 เพิ่มขึ้นเป็น 234.85 ล้านบาท เติบโต 13.59% ส่วนกำไรในปี 56 อยู่ที่ 6.04 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 8.86 ล้านบาทในปี 57 คิดเป็นการเติบโตราว 46.69% โดยสัดส่วนรายได้จะมาจากรถของบริษัทเอง 70% และรถร่วมฯ 30%,พร้อมกันนั้น บริษัทยังตั้งเป้าหมายจะรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิในระยะยาวให้เป็น 2 digit หรือสูงกว่า 10% ซึ่งจะเริ่มเห็นอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3/58 เป็นต้นไป หลังจากบริษัทได้นำเงินที่ระดมทุนจำนวน 750 ล้านบาทใช้ชำระหนี้สถาบันทางการเงิน โดยจะทำให้อัตราหนี้สิ้นต่อทุน (D/E) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาด D/E จะลดเหลือ 0.4 เท่า จากเดิม 1.5 เท่า จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้บริษัทเพิ่มความสามารถในการทำกำไร และลดค่าใช้จ่ายทางการเงิน และช่วยให้มีเงินหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้นด้วย ,Energy: ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือแนวรับของกรอบแนวโน้มขาลงที่ 19000 และมีแนวต้านที่ 20000 และ 20500 SET Index เคลื่อนไหวในแดนบวก โดยแกว่งตัวขึ้นมาปิดภาคเช้าที่ 1,494.74 จุด +6.34 จุด (+0.43%) ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 16,896.47 ลบ.ตลาดหุ้นนิวยอร์กทะยานขึ้นตั้งแต่ตลาดเปิดทำการ เนื่องจากนักลงทุนขานรับข่าวกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้ยุโรปที่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ในที่สุด หลังจากการเจรจาระหว่างผู้นำประเทศกลุ่มยูโรโซน และบรรดารัฐมนตรีคลัง ใช้เวลานานกว่า 22 ชั่วโมง BR ปิดเทรดภาคเช้า เหนือ IPO 23.86% วอลุ่มกว่า 2.73 พันลบ. แมคควอรี DW28 เผย นักลงทุนให้ความสนใจ DW บนหุ้นรายตัวเป็นจำนวนมากในเช้าวันนี้ หลังจากดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแคบ อย่างไรก็ตาม Call DW หุ้นเทคโนโลยี และหุ้นพลังงานได้รับความสนใจมากขึ้นหลังจากราคาหุ้นอ้างอิงปรับตัวขึ้น กรีซขยายวันหยุดธนาคารถึง 16 ก.ค. หลัง ECB ยังไม่เพิ่มวงเงินช่วยเหลือฉุกเฉินส่วนปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ M2 ซึ่งครอบคลุมเงินสดหมุนเวียนและเงินฝากทั้งหมดนั้น เพิ่มขึ้น 11.8% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 133.34 ล้านล้านหยวน ณ สิ้นเดือนมิ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ปิดวันทำการล่าสุด (14 ก.ค.) ที่ 915.00 จุด เพิ่มขึ้น 15.00 จุด หรือ1.67% News Summary: สรุปข่าวประจำวันที่ 13 ก.ค.58AJD กรอบ 1.00-1.10 ,EMC ซื้อ ราคาหุ้นพักตัวสร้างด้วยรูปแบบ Bullish Flag เริ่มดีดตัวพร้อมปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น เครื่องมือชี้ MACD พุ่งชี้ขึ้นเหนือเส้น 0 อีกครั้ง เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 0.87 บาท หากผ่านไปได้จะมีเป้าหมายถัดไปที่ 0.90 บาท6.90 7.45?ด้านนายโจเซฟ สุเชาวว์วณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบางกอกแร้นช์ จำกัด (มหาชน) หรือ BR เปิดเผยว่า บริษัทมีความยินดีที่นักลงทุนให้ความสนใจในหุ้นไอพีโอของบริษัทอย่างมาก ทำให้บริษัทสามารถระดมทุนได้ตามที่วางแผนไว้ลุ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,507PTT = 336 / 342 KBANK = 186 / 192 SCB = 154 / 157.50 KTB = 17.20 / 17.80 PTTEP = 100 / 103。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.