Features | Society | Southeast Asia

เกมสล็อตromaทดลองเล่น: Southeast Asia: 10 Trends to Watch For in 2014

ลงทะเบียนฟรี slot free ได้ เงิน จริง,ตลาดปรับตัวแข็งแกร่ง หลังจากบรรดาผู้นำยูโรโซนต่างแสดงความหวังว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงประเด็นหนี้สินกับกรีซภายในไม่กี่วันนี้ เพื่อที่จะช่วยไม่ให้กรีซเผชิญกับภาวะผิดนัดชำระหนี้ ระยะสั้นจึงยังเน้นกลยุทธ์การขายในช่วงดีดตัวในกรอบแนวรับ-ต้านที่ 1490-1510 จุด , Most Positive Impact: SCB (+0.36 จุด)/ CPN (+0.36 จุด)/ TUF (+0.36 จุด)ทั้งนี้ ได้ปรับการคาดการณ์เศรษฐกิจเติบโตทั้งปีจาก 3-3.9% เหลือ 2.9-3.4% คาดครึ่งปีหลังขยายตัวได้ไม่เกิน 3.5-4% ไตรมาส 2 จะเป็นไตรมาสที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวสูงสุด หลังจากนั้นการเติบโตจะชะลอตัวลง โดยที่เศรษฐกิจไตรมาส 4 อาจติดลบได้ อัตราการขยายตัวการส่งออกติดลบประมาณ 0.5-1%(จากการคาดการณ์เดิมขยายตัว 1-2%) อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น 0.5-1% (เดิมคาดว่าอยู่ที่ 0.2-0.5%) และค่าเงินบาทอาจอ่อนลงแตะระดับ 35-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้ หากธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยช่วงปลายปีนายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ได้ประเมินเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังกระเตื้องขึ้นจากฐานต่ำปีที่แล้ว ขณะเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น ทั้งวิกฤตการณ์ผิดนัดชำระหนี้กรีซส่งผลต่อความผันผวนของระบบการเงินโลก การระบาดของโรคเมอร์ส และธงแดงจาก ICAO หวั่นกระทบภาคการท่องเที่ยวอันเป็นแหล่งรายได้หลักตอนนี้? กลยุทธ์การลงทุนหลักๆ แบ่งเป็น 3 Theme ใหญ่ 1) เลือกหุ้น High Dividend ที่มีโอกาสจะได้เห็นเม็ดเงินจากตราสารหนี้ย้ายเข้าตราสารทุน หลัง Earning Yield Gap มีโอกาสถ่างออกมากกว่า 4.2% มองตัวเด่นเป็น ASK, ADVANC, INTUCH 2) กลุ่มรับเหมา CK รับการเร่งลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังภาคท่องเที่ยวมีปัญหา การอุปโภคบริโภคในประเทศ การลงทุนของเอกชน และส่งออกยังไม่ฟื้น และ 3) เลือกหุ้น Domestic ที่ลงมากกว่าตลาด โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารฯ ที่ซึมซับปัจจัยลบดอกเบี้ยขาลงไปมากแล้ว เลือก KBANK เป็นตัวเด่นKBANK = 198 / 202, TASCO = 21.50 / 22.00, AOT = 295 / 298, JAS = 6.00 / 6.15, PTT = 356 / 358USDM15 Open Short ที่แนวต้าน 33.70-33.75 แนวรับ 33.50 และ 33.40 33.55 / 33.50 33.65 / 33.70ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ จะพิจารณาสรรหาบุคคลผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อทดแทนกรรมการที่ลาออกและแจ้งให้ทราบต่อไปโดยดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดภาคเช้าที่ 1,732.88 จุด เพิ่มขึ้น 11.11 จุด, +0.65% ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 117.50 จุด หรือ 0.44% ปิดภาคเช้าที่ 26,878.03 จุด,สถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัทเป็นผลจากการเติบโตที่สม่ำเสมอของปริมาณการจราจรบนเครือข่ายทางด่วนของบริษัท ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา ปริมาณจราจรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% ต่อปี ส่วนในปี 2557 ปริมาณจราจรบนทางด่วนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองตลอดจนภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลง ปริมาณจราจรบนทางด่วนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.104 ล้านเที่ยวต่อวันในปี 2557 เทียบกับ 1.100 ล้านเที่ยวต่อวันในปี 2556 อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นค่าผ่านทางในช่วงปลายปี 2556 ส่งผลให้รายได้ค่าผ่านทางเฉลี่ยต่อวันเติบโต 5.6% ในปี 2557 เป็น 23.3 ล้านบาทต่อวัน สำหรับ 5 เดือนแรกของปี 2558 บริษัทรายงานปริมาณจราจรบนทางด่วนโดยเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 1.130 ล้านเที่ยวต่อวันหลังจากปัญหาทางการเมืองสงบลงและราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ในขณะเดียวกัน รายได้ค่าผ่านทางเฉลี่ยต่อวันก็เติบโต 6.1% เป็น 23.9 ล้านบาท SET ปิดขยับลง KBANK ซื้อ-ขายสูงสุด 2.12 พันลบ.นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ ผู้ช่วยกรรมการอำนวยการ บล.บัวหลวงระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(22 มิ.ย.) ว่า การที่ดัชนี SET ในช่วงเปิดตลาดภาคบ่ายปรับตัวขึ้นกว่า 10 จุด ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค โดยมีปัจจัยหนุนมาจากความคืบหน้าในการขอวงเงินช่วยเหลือพิเศษให้กับกรีซมีความชัดเจนออกมาในเชิงบวกมากขึ้น ทำให้ความกังวลเริ่มคลายลงไปบ้าง อีกทั้งตลาดหุ้นทั้งในยุโรป สหรัฐฯ รวมถึงตลาดหุ้นในเอเชียได้รับข่าวดังกล่าวไปแล้ว ทำให้ผลเชิงลบที่มีต่อตลาดหุ้นทั่วโลกจึงเริ่มลดลงไป สรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET ขึ้นต่อไม่ไหว SET เปิดกระโดด 8 จุด ด้วย Sentiment เชิงบวกตลาดต่างประเทศ หลังปัญหาหนี้กรีซเริ่มคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม จากที่ SET ฟื้นตัวมาเมื่อวานระดับหนึ่งแล้ว และยังขาดปัจจัยหนุนในประเทศ โดยเม็ดเงิน Window dressing ซึ่งเรามองจะเป็นปัจจัยนหนุนหลักรอบนี้ ยังไม่มีเข้ามาให้เห็น ทำให้ SET อ่อนตัวลง ปิดภาคเช้าที่ระดับ 1508.43 จุด (+0.29%) ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.8 หมื่นลบ. กลุ่มหลักแบงก์ ICT และพลังงาน ค่อนข้างทรงตัว ด้านตลาดภูมิภาคส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวกSET50 Index Futures: คาดวันนี้น่าจะติด High รอบเช้าที่ 982.50 จุดไปแล้ว ฉะนั้นการฟื้นตัวยังมีน้ำหนักแค่ประคอง Sidewayเท่านั้น โดยโอกาสที่จะเกิดระยะอ่อนตัวสู่แนวรับ 968-971 จุดยังคงมีอยู่ การเสนอขายหุ้นไอพีโอกับนักลงทุนในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับ HPT ที่จะสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อไปในอนาคต โดยเงินระดมทุนที่ได้บริษัทจะนำไปใช้ปรับปรุงสายการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รองรับการเติบโตของตลาดและคำสั่งซื้อในอนาคต อีกทั้งจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน เพิ่มความสามารถในการทำกำไรระยะสั้นมากแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 157-166 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 155 บาทสำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการในครั้งแรกนั้น มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในวันที่ 30 มิ.ย. โดยขณะนี้มีการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า(PPA) รวม 117 เมกะวัตต์ แต่สามารถ COD ได้เพียง 59.04 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลือยังติดปัญหาต่างๆ เช่น การขอใบอนุญาตปรับปรุงอาคาร (อ.1) จึงไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ตามกำหนดได้ ซึ่งกลุ่มผู้ที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว สามารถเจรจากับการไฟฟ้าเพื่อแจ้งเหตุสุดวิสัยที่ไม่ได้เกิดจากความผิดของผู้ร่วมโครงการภายในวันที่ 30 มิ.ย. เพราะกระทรวงพลังงานยังไม่มีนโยบายที่จะพิจารณาขยายระยะเวลาโครงการออกไปอีก ไม่เช่นนั้นผู้เข้าร่วมโครงการจะถูกตัดสิทธิ์ และถูกการไฟฟ้าแจ้งบอกเลิกสัญญาดังกล่าว ,GFM15:19030, GFQ15:19100 ปรับตัวลดลงมาทดสอบแนวรับที่ 19000 และ 19100 จากการปรับตัวลดลงของราคาทองคำ แต่เราแนะนำให้รอกลับเข้าไป Open Long ใน GFM15 และ GFQ15 หลังจากทะลุผ่านแนวต้านที่ 19000-19100 ขึ้นมาได้ เนื่องจากทิศทางราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ US$1230 และมีแนวต้านสำคัญที่ 19500 เป้าหมายทางกลยุทธ์ระยะสั้นที่ 20.00 บาท ตัดขาดทุนที่ 17.90 บาท นายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยทั้งปีจากโต 3-3.9% เหลือ 2.9-3.4% คาดครึ่งปีหลังขยายตัวได้ไม่เกิน 3.5-4% ไตรมาส 2 จะเป็นไตรมาสที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวสูงสุด หลังจากนั้นการเติบโตจะชะลอตัวลง โดยที่เศรษฐกิจไตรมาส 4 อาจติดลบได้ อัตราการขยายตัวการส่งออกติดลบประมาณ 0.5-1% (จากการคาดการณ์เดิมขยายตัว 1-2%) อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น 0.5-1% (เดิมคาดว่าอยู่ที่ 0.2-0.5%) และค่าเงินบาทอาจอ่อนลงแตะระดับ 35-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้ หากธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยช่วงปลายปี SAMART ซื้อ ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นอีกครั้งหลังพักตัวไม่หลุดเส้นค่าเฉลี่ยระยะสัปดาห์ สามารถกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะ 3 เดือนได้พร้อมปริมาณการซื้อขายหนาแน่น สอดคล้องกับเครื่องมือ DI+ ที่เริ่มชี้ตัด ADX ขึ้น มีแนวต้านแรกบริเวณ 30.00 บาท และมีเป้าหมายระยะกลางที่ 33.00 บาทอย่างไรก็ตาม ข้อมูลการซื้อขาย DW28 ณ สิ้นวัน ระบุว่านักลงทุนซื้อสุทธิใน SET50 Call รวมกว่า 8.8 ล้านหน่วย นำโดย S50208C1508A และ S5028C1506A ขณะที่มีแรงซื้อสุทธิ DW ในหุ้นรายตัวเพียงเล็กน้อย เช่น TTA28C1511A และ BCP28C1507A เป็นต้น ขณะที่แรงขายสุทธิ นักลงทุนขายสุทธิ TPIP28C1510A กว่า 5.0 ล้านหน่วย ตามมาด้วย TRUE28C1508A 3.1 ล้านหน่วย และ JAS28C1508A 2.2 ล้านหน่วย ตามลำดับนอกจากนี้ปัจจัยในประเทศเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเมอร์ส (MERS) ที่เข้ามาในประเทศไทยนั้น สถานการณ์ดังกล่าวสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าวได้ โดยมีมาตรการควบคุมที่เข้มงวด ซึ่งไม่รุนแรงเท่ากับตอนที่เชื้อไวรัส SARS ระบาด ดังนั้นจึงส่งผลให้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเชื้อไวรัสเมอร์ส อย่างเช่น หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบิน ที่ปรับตัวลงไปเมื่อสัปดาห์ก่อนกลับมาเทรดคึกคักในวันนี้แนวรับ 1.16-1.18 บาท。

ลงทะเบียนฟรี slot free ได้ เงิน จริง,ราคาปิด 21.40 ตัดขาดทุน 20.70 หุ้นน่าสนใจเชิงกลยุทธ์: SUPER CKP CPN EMC TK BECL BMCL SGP (การลงทุนหุ้นเหล่านี้ควรตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ทุกครั้ง)มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 33,046.05 ล้านบาทสรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET ฟื้นตัว SET ฟื้นตัว หลักๆเป็นแรงซื้อกลับในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่ปรับลงแรงเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน หลังจากพบผู้ป่วย MERS รายแรกในไทย แต่หลังจากนั้น สถานการณ์ยังทรงๆ เนื่องจากยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่ม ส่วนประเด็นหนี้กรีซ ติดตามความคืบหน้าได้จากการประชุม EU คืนนี้ ทั้งนี้ SET ปิดภาคเช้าที่ระดับ 1500.45 จุด (+0.60%) ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.4 หมื่นลบ. กลุ่มหลักแบงก์ และพลังงานหนุนตลาด ปิดบวก +0.9% และ 0.5% ตามลำดับ ส่วน ICT ทรงๆ และที่โดดเด่น คือ การฟื้นตัวของกลุ่มท่องเที่ยว ด้านตลาดภูมิภาคอยู่ในแดนบวก อนึ่ง ปัจจุบัน NPP นั้นมีการเข้าถือหุ้นใน FVC ในสัดส่วน 2.56% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการนอกจากนี้ ยังมีสัญญาณบวกด้านอื่นๆเกี่ยวกับกรีซด้วยเช่นกัน รวมถึงการที่สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S P) คาดการณ์ว่า กรีซจะยังคงอยู่ในยูโรโซน และสหภาพยุโรปในช่วงสิ้นปีนี้ ถึงแม้ว่าการบรรลุข้อตกลงกับเจ้าหนี้จะไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาของประเทศก็ตาม ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ตัดสินใจเพิ่มเพดานเงินกู้ฉุกเฉินให้แก่ธนาคารของกรีซเป็นรอบที่ 4 เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์S50M15 เน้น Open Short ที่แนวต้าน 988-990 แต่ STOP LOSS ถ้าปิดทะลุ 992 ขึ้นไป 984 / 982 988 / 990ธปท.ปรับลดประมาณการณ์ GDP ปีนี้ลงเหลือ 3% จากเดิมที่ 3.8% เพราะคาดว่าการส่งออกจะติดลบ 1.5% แทนที่จะขยายตัว 0.8% ส่วนการใช้จ่ายภาคเอกชนฟื้นตัวช้ากว่าคาด ขยายตัวเพียง 2% ส่วนอัตราเงินเฟ้อคาดติดลบ 0.5% จากผลของราคาน้ำมันเป็นสำคัญ ทั้งนี้อิหร่านกำลังอยู่ในช่วงเจรจาเพื่อยุติการคว่ำบาตรส่งออกน้ำมันกับนานาประเทศ โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มยอดการส่งออกน้ำมันได้เป็นเท่าตัวภายใน 6 เดือนหลังการยกเลิกการคว่ำบาตร ส่งผลให้ราคาน้ำมันส่งมอบล่วงหน้าลดลง และจับตา EU จัดประชุมฉุกเฉินวิกฤตหนี้กรีซวันนี้ เมื่อกรีซใกล้ถึงกำหนดจ่ายหนี้ 1.6 พันล้านยูโรแก่ IMF สิ้นเดือน,ด้านปัจจัยภายนอกประเทศ ปัญหาหนี้สินของกรีซยังคงกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ โดยในต้นสัปดาห์นี้ จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศในกลุ่มยูโรโซน เพื่อหาทางแก้ไขปัญหากรีซไม่ให้ผิดนัดชำระหนี้ ด้านธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ตลาดเริ่มคลายความกังวลในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนกันยายนนี้ หลังจากประธาน Fed ส่งสัญญาณการขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปสิ้นปีแทนสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัทเป็นผลจากการเติบโตที่สม่ำเสมอของปริมาณการจราจรบนเครือข่ายทางด่วนของบริษัท ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา ปริมาณจราจรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% ต่อปี ส่วนในปี 2557 ปริมาณจราจรบนทางด่วนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองตลอดจนภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลง ปริมาณจราจรบนทางด่วนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.104 ล้านเที่ยวต่อวันในปี 2557 เทียบกับ 1.100 ล้านเที่ยวต่อวันในปี 2556 อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นค่าผ่านทางในช่วงปลายปี 2556 ส่งผลให้รายได้ค่าผ่านทางเฉลี่ยต่อวันเติบโต 5.6% ในปี 2557 เป็น 23.3 ล้านบาทต่อวัน สำหรับ 5 เดือนแรกของปี 2558 บริษัทรายงานปริมาณจราจรบนทางด่วนโดยเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 1.130 ล้านเที่ยวต่อวันหลังจากปัญหาทางการเมืองสงบลงและราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ในขณะเดียวกัน รายได้ค่าผ่านทางเฉลี่ยต่อวันก็เติบโต 6.1% เป็น 23.9 ล้านบาท ภาครวมตลาดภาคเช้า: ดัชนีเช้านี้เคลื่อนไหวบวกตามภูมิภาค ปิดบวกที่ 1,508.43(+4.37) กรอบ 1,504-1,514 หลายปัจจัยลบเริ่มผ่อนคลาย ดัชนีขึ้นแรงก่อนย่อตัวลงมา โดยยังยืนเหนือแนวรับจิตวิทยา 1,500 โดยดัชนีถูกดึงขึ้นจาก SCB TUF ADVANC AOT PTT SCC PTTGC PTTEP BBL แต่ KBANK DELTA CPF BLAND ถูกขายออกมา ทั้งนี้กลุ่มท่องเที่ยว สายการบิน โรงแรม และค้าปลีก คลายความกดดันปัจจัยลบระยะสั้น ทั้งโรคเมอร์พบผู้ป่วยที่ติดเชื้อเพียง 1 รายเท่านั้น และกระทรวงสาธารณสุขสามารถควบคุมการแพร่ของเชื้อให้อยู่ในวงจำกัดได้ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังเป็นไปตามปกติ ยังไม่มีนักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางมาท่องเที่ยวไทย ส่วนกรณีที่ ICAO ปักธงแดงประเทศไทยนั้น ถือเป็นเรื่องที่เกิดมาระยะหนึ่งแล้ว และรัฐบาลกำลังเร่งแก้ปัญหาอย่างจริงจัง นิกเกอิปิดพุ่ง 253.95 จุด รับความหวังหนี้กรีซคลี่คลาย、 แนะนำซื้อ IRPC โดยมีแนวรับที่ 4.24 และ 4.20 และมีแนวต้านที่ 4.40 และ 4.50 เป็นจุดขายทำกำไร เงินบาทแกว่งแคบระหว่างรอความชัดเจนการแก้ไขปัญหาหนี้กรีซABC ซื้อ ราคาหุ้นดีดฟื้นขึ้นด้วยรูปแบบ Morning Star พร้อมปริมาณการซื้อขายหนาแน่น หลังอยู่ในแนวโน้มขาลงมากว่า 3 เดือน กำลังทดสอบแนวเส้นค่าเฉลี่ย 1 เดือนบริเวณ 0.93 บาท เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีเป้าหมายสำคัญที่ 1.00 บาท BRR ทุ่มงบ 5 ลบ.ตั้งบ.ย่อยลุยธุรกิจผลิต-จำหน่ายไฟฟ้าตลาดภาคเช้าปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ตลาดรอบบ้านมีทิศทางไม่ชัดเจน โดยหุ้นกลุ่มบริการและกลุ่มเกษตร Outperform ในภาคเช้า ขณะที่หุ้นกลุ่ม Bank ทรงตัว โดยมีความกังวลในมาตรการใหม่ของทาง ธปท. และมุมมองต่อผลประกอบการ 2Q58 ที่อ่อนแอ กดดัน ปิดตลาดภาคเช้าดัชนีเปลี่ยนแปลง +4.37 จุด (+0.29%) มาอยู่ที่ 1,508.43 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.7 หมื่นล้านบาท,โดยได้แต่งตั้งธ.ไทยพาณิชย์(SCB) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ของบริษัท ที่จะออกและเสนอขายกับประชาชนทั่วไป หรือผู้ลงทุนสถาบัน ในระหว่างวันที่ 13-16 ก.ค.58 ขณะที่หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับเครดิตจากบริษัท ทริส เรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ BBBสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 7 เซนต์ ปิดวานนี้ (22 มิ.ย.) ที่ 59.68 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 32 เซนต์ ปิดที่ 63.34 ดอลลาร์/บาร์เรลนายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กังวลความสามารถในการชำระหนี้ของภาคเอกชนที่ด้อยลงจากผลกระทบภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยเฉพาะบริษัทเอกชนขนาดเล็กที่ความสามารถในการชำระหนี้น้อยกว่าบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความทนทานมากกว่านั้นบริษัทและ กทพ. มีการแบ่งรายได้ค่าผ่านทางระหว่างกันในส่วนของทางด่วนขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 ในเขตเมือง (ส่วน A และ B) ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2554 เป็นต้นไปจนหมดอายุสัมปทาน สัดส่วนการแบ่งรายได้ระหว่างบริษัทกับ กทพ. คือ 40% ให้แก่บริษัท และ 60% ให้แก่ กทพ. สำหรับในเขตนอกเมือง ในขณะที่ส่วน C ส่วน D และ ส่วน C+ นั้นบริษัทไม่ต้องแบ่งรายได้กับ กทพ.。

From Thai turmoil to ASEAN integration, it promises to be an interesting year for the region.

Southeast Asia: 10 Trends to Watch For in 2014
Credit: REUTERS/Athit Perawongmetha

As we move into 2014, it is useful not only to reflect on what happened in 2013, but to project what some of the key developments in 2014 might be. As I did last year, I have attempted to articulate the top 10 trends in Southeast Asia to watch for during the rest of the year.

1. What will the “great power” game in Southeast Asia look like? While Southeast Asian leaders publicly insist that they prefer good relations with all major powers, the competitive dynamics of regional engagement are a reality that few would contest, not least between the United States and China. In 2013, U.S. President Barack Obama’s last-minute decision to cancel his Asia trip in November amid the government shutdown paved the way for skeptics to question America’s commitment to the region and for Beijing to steal the show (though I’ve argued that this narrative is overly simplistic). In 2014, questions about the sustainability of the U.S. pivot to Asia, including the future of the Trans-Pacific Partnership (TPP), will continue to linger, and worries about the future direction of China’s new regional strategy unveiled late last year are likely to remain.

2. Continuity or change in the South China Sea? As I said in last year’s list, it’s difficult to exclude the South China Sea from a list of this sort. Prospects for a rules-based solution to contentious disputes remain dim given China’s recent documented foot-dragging on a code of conduct with ASEAN, as well as its “punishment” of the Philippines for trying to resolve the issue through the United Nations, a process which will move forward with a formal statement submission by Manila in March despite Beijing’s refusal to participate. China’s deployment of its aircraft carrier the Liaoning into the South China Sea recently, along with the setting up of an air defense identification zone (ADIZ) over the East China Sea (which some believe could be replicated in the South China Sea in 2014), suggest there is good reason to expect more sporadic saber-rattling or verbal sparring could be on the cards in 2014.

3. How will Southeast Asian economies fare? 2013 ended on a negative note for Southeast Asian economies as the Asian Development Bank (ADB) slightly lowered its regional growth forecast for 2014 to 5.2 percent due to the devastating typhoon that hit the Philippines and continued political turmoil in Thailand. While the 2014 outlook will hinge partly on trends within the region, developments in major economies will also loom large, such as the pace of the recovery in Europe, reduced monetary stimulus in the United States, and potential growth challenges in India, China and Japan.

4. Whither regional integration? Aside from economic performance, as we move closer to 2015, observers may grow increasingly nervous about whether ASEAN can achieve its goal of regional economic integration by the end of 2015. Beyond the deadline per se, the ADB recently warned of significant constraints to realizing the so-called ASEAN Economic Community (AEC) itself, including the fact that only 55 percent of businesses interviewed in the region were even aware of it along with other obstacles like contrasting government regulations and inadequate infrastructure. Failure to move in the right direction on this in 2014 could dent the hopes of those who see ASEAN as the hub for broader regional integration in East Asia as well as a unified economic force in the longer term.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

5. Can ASEAN progress on human rights? While Southeast Asia is no stranger to human rights abuses, there has been some notable, albeit glacial progress in this field at the regional level with the establishment of the ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights (AICHR) in 2009. This year will bring the first five-year review of the body’s terms of reference, and rights groups have urged ASEAN member states to ensure that the body has a stronger mandate and engages civil society organizations in a more robust manner. It will be a marker for how seriously governments in the region view human rights.

6. Will ASEAN and Australia walk the walk? ASEAN conducts annual meetings with 10 key countries it calls “dialogue partners.” While the anniversaries of these dialogue partnerships are often accompanied by the usual pomp and circumstance, they also sometimes serve as opportunities to move key relationships forward, as they did for ASEAN and Japan in 2013 and ASEAN and India in 2012. Will we see something similar with ASEAN’s oldest dialogue partner Australia in 2014 as the two sides commemorate 40 years of ties?

7. Can Myanmar reform and lead? Turning to individual countries, Myanmar already faces daunting challenges on its path to reform. Next year’s calendar will be packed with key domestic events, including its first major population census in two decades and preparations for elections scheduled for 2015. But 2014 will also require Naypyidaw to juggle domestic reforms with regional leadership as Myanmar assumes the rotating annual chairmanship of the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) for the first time since it joined the organization in 1997. While the country has had some time to plan for this, the sheer logistics of hosting hundreds of meetings will not be easy, not to mention handling knotty issues like the South China Sea.

8. What will elections in Indonesia bring? Indonesia, Southeast Asia’s largest economy and the world’s third largest democracy, will hold both parliamentary and presidential elections in April and July 2014 respectively. After a decade under President Susilo Bambang Yudhoyono’s stewardship, the world will be watching closely to see who will emerge as Indonesia’s next leader as it is a key emerging economy which plays an important leadership role in Southeast Asia. Recent polls suggest that the clear frontrunner is Jakarta governor Joko Widodo, aka Jokowi, although he is yet to officially declare his intention to run.

9. Will Thailand resolve its political turmoil? Another round of Thailand’s all-too-familiar partisan politics has been playing out on the streets of Bangkok over the last several weeks, with tens of thousands of demonstrators led by former deputy prime minister Suthep Thaugsuban threatening to unseat Prime Minister Yingluck Shinawatra, the sister of the controversial and now exiled ex-prime minister Thaksin Shinawatra who was deposed in a 2006 military coup. There are already worries that the current turmoil could extend up to February 2014, and that the fresh election to be held then may not even occur or will be postponed. And even close observers of Thai politics fear that another military coup or escalating political violence could result if this continues with no end in sight.

10. What will the endgame in Cambodia be? While such turmoil is commonplace in Thailand, neighboring Cambodia has seen unprecedented protests with tens of thousands of people marching through the streets and demanding that their authoritarian prime minister Hun Sen quit after more than three decades in power. The protests come after Hun Sen’s party claimed victory in July 2013 elections and proceeded to form a government despite concerns by the opposition (and some independent monitoring organizations) that the elections were deeply flawed. The protests have recently expanded to include workers from the country’s garment industry, its biggest export earner. While few expect the tough Hun Sen to give in without a fight after governing for so long with an iron fist, sustained, peaceful protests of this scale will require some sort of resolution should they continue unabated.

While this list is far from comprehensive, it does get at some of the key things to watch for in Southeast Asia during an exciting year. From country-specific developments to region-wide ones, in the fields of security, economics, or even human rights, 2014 will be an interesting one for those watching.

Prashanth Parameswaran is a PhD candidate in international relations at the?Fletcher School of Law and Diplomacy at Tufts University?and a non-resident WSD-Handa fellow at CSIS Pacific Forum. You can read his blog?The Asianist?at and follow him on Twitter at?@TheAsianist