China, What's Next?

โป แกม บอล คืน นี้: China’s Challenges: Environment

หวย ออก ลาว วัน นี้,คำแถลงดังกล่าว ถือเป็นการส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดเดือนหน้า หลังจากที่เฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกรอบเกือบ 10 ปีในการประชุมเดือนธ.ค.58 , RML เผยปีนี้รับรู้ฯยอดโอน 3 โครงการมูลค่า 6.4 พันลบ.เจรจาซื้อที่ดิน 2 แปลงบมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) ผลประกอบการปี 58 เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ โดยสามารถทำกำไรสุทธิได้ 2,073 ล้านบาท เพิ่ม 18% จาก 2557 หลังมีปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโต 12.3% ซึ่งสูงกว่าอุตสาหกรรมที่เติบโตเพียง 6.6% ขณะที่การทำธุรกิจปีนี้จะรักษากำไรให้อยู่ในระดับเดียวกับปีก่อนและจัดแคมเปญการตลาดที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาด IMPACT(+)PTTEP PTTGC TRUE SCC EGCO BIGC GLOW IVL TU CPF TNH DIF BTSGIF ROBINS BEC SPRC JAS IMPACT(-)KBANK TOP CPALL ADVANC KTB MINT BDMS BEM AOT TMB BLA JASIF SAWAD KKP BA BBLถ้า S50H16 ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 810 ลงไป รอ Open Long เพิ่มที่แนวรับ 800 สำหรับการเพิ่มทุนได้แบ่งเป็น 2 ล็อต ล็อตแรกได้แล้ว 500 ล้านบาท โดยจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (RO) ได้เงินราว 400 ล้านบาท และจัดสรรให้กับบุคคลในวงจำกัด (PP) ได้เงิน 100 ล้านบาท ล็อตที่เหลือก็คงจะเพิ่มทุนอีกราว 300-400 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีผู้ลงทุนสนใจครบแล้ว เพราะเชื่อมั่นในความสามารถในการบริหารงานชุดใหม่ การเพิ่มทุนครั้งนี้จะทำให้บริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ส่วนทุนของบริษัทจะกลับมาเป็นบวก และมีความพร้อมที่จะกลับมาซื่อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ทันทีTHREL ปิด 10.00 +0.05 +0.50%GLOW ราคาพักตัวถอยมาสร้างฐานโซนต่ำแถว 73 ด้าน MACD มี divergence เชิงบวก และยกตัวขน8ึ มาไต่ระดับอยู่ในแดนบวก หนุนราคาผ่าน neck line 79 ขึ้นมาด้วย Vol. ที่เพิ่มขึ้นสร้างสัญญาณการกลับตัวที่น่าสนใจมีสิทธิหนุนราคาไต่ระดับขึ้นต่อ GL โกยกำไรปี 58 กว่า 580 ลบ. โตเกือบ 4 เท่าตัว! หลังรายได้พุ่งปรี๊ดอย่างไรก็ดีการเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทางอ้อม (Back Door Listing) เนื่องจากธุรกิจของ BIGC มีลักษณะที่คล้ายคลึงหรือเสริมกันกับธุรกิจของบริษัท และบริษัทไม่มีนโยบายที่จะเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในธุรกิจหลักของบริษัท ดาวโจนส์ปิดบวก 313 จุด! รับราคาน้ำมันฟื้นตัว,ทั้งนี้บริษัทถือเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารที่ถือหุ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของธนาคาร ในสัดส่วนร้อยละ 100 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัทส่วนราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัว กดดันกลุ่มพลังงาน แต่ SET ไม่เสียทรง เนื่องกลุ่ม ICT ที่ฟื้นตัว ประคองไว้ ทั้งนี้ SET ปิดตลาดที่ระดับ 1,303.51 จุด -1.23 จุด หรือ -0.09% ด้วยมูลค่าซื้อขายที่ระดับ 1.6 หมื่นลบ. กลุ่มหลัก ICT และแบงก์ ปิดบวก +1.1% และ +0.3% ตามลำดับ ส่วนพลังงาน ปิดลบ -0.6% ด้านตลาดภูมิภาค ฮ่องกง และเกาหลีใต้ กลับมาเปิดหลังหยุดตรุษจีน ลบชดเชยในช่วงที่หยุดไป ส่วนที่กลับมาเปิดก่อนหน้านี้อยู่ในแดนบวกเล็กน้อย ขณะที่นิคเคอิ ปิดทำการวันนี้ ,แนะนำซื้อ SUPER โดยมีแนวรับที่ 1.26 และ 1.25 และมีแนวต้านที่ 1.40 และ 1.44 เป็นจุดขายทำกำไรสำหรับเงินที่จะนำมาปล่อยสินเชื่อนั้น จะมาจากเงินทุนของบริษัทฯเองและเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินต่างประเทศซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยต่ำ ทั้งนี้ รูปแบบการปล่อยสินเชื่อจะต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากการดำเนินงานด้วย ซึ่งหากบริษัทใดที่มีโครงการน่าสนใจและเป็นโครงการที่ก่อให้เกิดรายได้และเป็นประโยชน์ บริษัทฯ ก็พร้อมจะสนับสนุนในทุกรูปแบบ 4. ต้องมี Upside เทียบกับ Fair Value มากกว่า 20%คำค้นดอยช์แบงก์ตลาดหุ้นยุโรป บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320。 ผมมั่นใจว่าภายในปีนี้จะสามารถนำบริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ตามแผนอย่างแน่นอน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายการลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อให้มีกำลังการผลิตครบ 150 เมกะวัตต์ ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นายยุทธกล่าวแมคควอรี DW28เผยว่าหุ้นไทยปิดร่วงแรงกว่า 1.8% หลังราคาน้ำมันร่วงลงทำจุดต่ำสุดใหม่ ส่งผลให้ SET50 Put และ Put DW บนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง ยกตัวอย่าง DW28 นำโดย S5028P1602B +69.2% S5028P1603B +41.2% S5028P1603A +32.4%PTT = 234 / 238, TASCO = 24.00 / 25.50, PTTEP = 57.50 / 59.00, TOP = 59.00 / 59.50, ADVANC = 168 / 170 หุ้นโบอิ้งร่วงลง 6.8% หลังมีรายงานว่า คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐกำลังตรวจสอบกรณีการคาดการณ์ยอดขายเครื่องบินและการคำนวณต้นทุนของโบอิ้ง รวมทั้งข่าวที่ว่าโบอิ้งกำลังวางแผนปรับลดจำนวนพนักงานในแผนกเครื่องบินพาณิชย์ ซึ่งเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัท เนื่องจากบริษัทต้องการลดต้นทุนค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน หุ้นเจนเนอรัล อิเล็กทริก และหุ้นยูเนียน แปซิฟิก ต่างก็ปรับตัวลงอย่างน้อย 1.8%ธุรกิจ : ให้บริการธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน ในการให้บริการธุรกิจการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และธุรกิจที่ปรึกษาการเงินและวาณิชธนกิจ。

บมจ.ลีซ อิท (LIT) บริษัทตั้งเป้าหมายสินเชื่อ รายได้ และกำไรในปี 59 เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ทั้งในแง่ของยอดสินเชื่อคงค้างหรือ Portfolio รายได้ และกำไรสุทธิ ซึ่งเป็นไปตามแผน 3 ปี (ปี 2557-2559) นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดฯนายวิจิตร เจียมวิจิตรกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ THL เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการซึ่งได้รับการอนุมัติจากศาลล้มละลายกลาง ภายใต้การฟื้นฟูกิจการบริษัทจะต้องปรับโครงสร้างหนี้จากหนี้ 2,880 ล้านบาท ได้มีการเจรจากับเจ้าหนี้ปรับลดหนี้เหลือ 520 ล้านบาท และมีการปรับโครงสร้างทุน ซึ่งตามแผนจะมีการเพิ่มทุนโดยจะดำเนินการเสร็จภายใน 24 มี.ค.59 ,โดยมองว่าในปี 59 ความต้องการใช้เหล็กในประเทศจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นจากที่ภาครัฐใช้มาตรฐาน มอก.เข้ามาควบคุมคุณภาพเหล็กนำเข้าจากต่างประเทศ และการเริ่มฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ในขณะที่ธุรกิจพลังงานจะเห็นความคืบหน้าของโรงไฟฟ้าโครงการต่างๆ ที่ได้ริเริ่มไว้ในปี 58 ทั้งโครงการที่ได้ลงทุนโดยตรง และโครงการที่ได้ร่วมลงทุนกับพันธมิตร ซึ่งจะสะท้อนรายได้จากธุรกิจพลังงานเติบโตก้าวกระโดดอย่างมีนัยสำคัญพร้อมกันนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดินใหม่ จำนวน 2 แปลง ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อพัฒนาโครงการระดับบน ทั้งแนวราบและแนวสูง ซึ่งบริษัทจะแถลงแผนการดำเนินงานในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าSET Index ยังอยู่เหนือ 1,275 จุด และฟื้นตัวขึ้นมาตามจังหวะ มองแนวต้านวันนี้ไว้ที่ 1,287 จุด หากกลับไปยืนเหนือระดับนี้ได้จะเป็นสัญญาณบรรเทาทุกข์ของตลาดและคาดหวังการฟื้นตัวต่อเนื่องในสัปดาห์หน้าได้ อย่างไรก็ตามความผันผวนของตลาดที่ยังมีอยู่ อาจทำให้ตลาดพลิกกลับมาปรับร่วงแรงอีกครั้ง ควรเพิ่มความระมัดระวังและลดน้ำหนักการลงทุนหาก SET Index ปรับลงต่ำกว่า 1,275 จุดADVANC ปิดที่ 168.00 บาท เพิ่มขึ้น +0.50 บาท (+0.30%)?ดัชนี SET ช่วงเช้าปิดลบ 1,275.84 (-4.90 จุด,-0.38%) กรอบ 1,274 1,287 มูลค่าการซื้อขาย 18,697.20 ลบ. เรียงลำดับมูลค่าการซื้อขาย BANK ENERG ICT CONMAT TRANS COMM PROP FIN CONS ตามลำดับตลาดภูมิภาคร่วงหลังน้ำมันทำจุดต่ำสุดใหม่ [Nikkei225 -5.34%][FBMKLCI +0.07%][HSI -0.53%] ตลาดหุ้นจีนปิดทำการ.ขณะที่ได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย (GDP) ในปี 59 เป็นเติบโตราว 2.8-3.8% หรือมีค่ากลางราว 3.3% ซึ่งลดลงจากคาดการณ์ครั้งก่อนที่ 3-4% จากความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนและราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับต่ำ, รมว.คลังญี่ปุ่น ระบุว่า กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ 20 แห่ง (G20) จะพิจารณาการใช้นโยบายความร่วมมือที่เอื้อต่อการแก้ปัญหาความผันผวนในตลาดการเงินที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งการแสดงความคิดเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสกุลเงินดอลลาร์/เยน ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบราว 15 ปีเมื่อวานนี้ หลังจากที่นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณในระหว่างการแถลงต่อสภาคองเกรสว่าเฟดอาจจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแนวต้าน : 7.08 และ 7.14 หุ้นแนะนำ : KTB MTLS MCS ราคาทองปิดพุ่งกว่า 50 ดอลล์! ตลาดหุ้นร่วงหนุนแรงซื้อ ,ความเป็นผู้นำในตลาด SCC เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์ กระเบื้องเซรามิก เคมีภัณฑ์ขั้นปลาย และกระดาษบรรจุภัณฑ์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและในบางประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยวัดจากกำลังการผลิตและส่วนแบ่งการตลาด ฟิทช์คาดว่า SCC น่าจะยังคงรักษาสถานะความเป็นผู้นำตลาดในธุรกิจหลักเหล่านี้ไว้ได้ต่อไปในอีกห้าปีข้างหน้าCI (ราคาปิดภาคเช้า 2.54)โดยปีนี้ BEAUTY มีแผนขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ แบ่งเป็นในประเทศ เพิ่มสาขา BEAUTY BUFFET 30 สาขา BEAUTY COTTAGE 15 สาขา และ BEAUTY MARKET 5 สาขา จากปัจจุบันที่มีสาขารวม 310 สาขา ขณะที่ต่างประเทศมีแผนขยายสาขา Independent shop จำนวน 18 สาขา จากปัจจุบัน 32 สาขา กระจายอยู่ในกลุ่มประเทศ CLMV คือ กัมพูชา 7 สาขา ลาว 2 สาขา พม่า 2 สาขา และเวียดนาม 21 สาขา ซึ่งบริษัทจะตั้งงบลงทุนในระดับนี้ต่อไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปีเพื่อขยายสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณเกิดสัญญาณฟื้นตัวทางเทคนิค พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิคเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ทำให้แนวโน้มหลักยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสรุปภาวะตลาดภาคเช้า :SET แกว่งแคบ SET แกว่งตัวแคบบริเวณ 1,300-1,305 จุด เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากำหนดทิศทางตลาดนัก โดยถ้อยแถลงเยลเลนเมื่อคืน ก็กล่าวในเชิงกลางๆ ระบุขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็ยังจะขึ้นดอกเบี้ยต่อได้อยู่ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงิน และกังวลเศรษฐกิจโลกระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 6-7.35 บาท คาดว่าจะยังไมมี่ทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อนส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 5.95 บาท"ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น เปิดเผยว่า BOJ จะจับตาดูผลกระทบของสกุลเงินเยนที่มีต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและราคาอย่างใกล้ชิด พร้อมประกาศว่า BOJ จะใช้มาตรการที่จำเป็นโดยไม่ลังเล เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคา ทั้งนี้ เงินเยนพุ่งขึ้นแตะระดับ 112.40-112.43 เยนต่อดอลลาร์ ส่งผลให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่า BOJ จะเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อสกัดการแข็งค่าเงินเยน" , 30 หุ้นฝรั่งไล่ซื้อ 30 หุ้นฝรั่งขายทิ้ง ประจำวันที่ 12 ก.พ.59ทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 57 จนถึงวันฟ้องวงลาบานูน ได้จัดการแสดงเพื่อประโยชน์การค้า ถึง 250 รอบ จึงเป็นการกระทำให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ได้รับความเสียหาย ก่อนฟ้องโจทก์ได้ให้ทนายความมีหนังสื่อแจ้งจำเลยทั้ง 6 ชดใช้ค่าเสียหายพร้อมให้ยุติการกระทำที่ละเมิดลิขสิทธิ์โจทก์แล้ว แต่จำเลยทั้ง 6 ยังเพิกเฉย โดยศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ ทป. 21/2559 ซึ่งศาลนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 23 พ.ค.นี้ 09.00 น.นายสุรพงษ์ เตรียมชาญชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิปปอนแพ็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ NPP เปิดเผยว่า บริษัท เอ็นพีพี ฟู้ด อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ NPP ได้รับสิทธิ์เป็นผู้บริหารงานเรื่องสิทธิ์ แฟรนไชส์ A W จากประเทศสหรัฐอเมริกาต่อจาก NPP รวมถึงซื้อทรัพย์สินและสิทธิ์ในการบริหารงานบริษัท เอ แอนด์ ดับบลิว เรสเตอรองต์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้พร้อมจะทำการรุกตลาดอย่างเต็มที่ โดยเบื้องต้นบริษัทจะใช้เงินลงทุน 160 ล้านบาท ในการปรับปรุง และขยายสาขา วางเป้าหมายเปิดสาขา 100 แห่งภายใน 5 ปี จากปัจจุบันมี 21 สาขา。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’