Features | Security

best pc multiplayer games 2020: Flashpoints and Arms Races to Watch in 2019

io shooting games,เริ่มเกมครึ่งแรก ไทย พับสนามบุกหนักและมีโอกาสยิงหลายครั้ง นาที 15 สรวิทย์ พานทอง ยิงไกล บอลตรงตัวนายทวารติมอร์ เลสเต้รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีมสวอนซี ซิตี้ : คริสตอฟเฟอร์ นอร์ดเฟลด์ท(GK), อังเกล รังเกล, ฆอร์ดี้ อามัต, ไมค์ ฟาน เดอร์ ฮูร์น, นีล เทย์เลอร์, เลออน บริตตัน, เจย์ ฟูลตัน, เวย์น เร้าท์เล็ดจ์, แจ็ค คอร์ก, ไคล์ นอห์ตัน, บอร์ฆา บาสตอน,2 ไม่ได้เล่นบอลยุโรปบางทีในข้อเสียมันอาจจะมีข้อดีอยู่บ้าง เพราะการที่ลิเวอร์พูล พลาดโควตาไปเล่นฟุตบอลยุโรป จะทำให้พวกเขาไม่ต้องเดินทางไกล และได้พักระหว่างสัปดาห์แบบเต็มๆ เพราะฉะนั้นเรื่องความสดจะไม่มีปัญหา อย่างเช่นฤดูกาลที่แล้วที่พวกเขาเข้าชิง ยูโรป้า นาธาเนียล ไคลน์ ลงเล่นไปถึง 53 เกม ซึ่งมากกว่าจำนวนแมตช์ในพรีเมียร์ลีกร่วมๆ 20 เกมทีเดียวนักเตะที่น่าจับตามองและ ทีมชาติไทย จะระวังให้ดีนั้นก็คือ วิตาลี่ โบริซอฟ ผู้เล่นหมายเลข 14 ในวัย 34 ปีถือเป็นดาวยิงสูงสุดของทีมเเละมีฝีเท้าใกล้เคียงกับเหล่าซุปเปอร์สตาร์ชาติดังๆในศึกชิงเเชมป์โลกครั้งนี้ นอกจากนี้ โต๊ะเล็กอาเซอร์ไบจาน ยังเรียกผู้เล่นเข้ามาติดทีมชาติคล้ายกับไทยที่มีผู้เล่นส่วนใหญ่มาจากสโมสรชลบุรี บูลเวฟ เพราะผู้เล่น 11 คนจากทั้งหมด 14 คนนั้นมาจากสโมสรอราซ นักซ์ชิวาน มีดีกรีคว้าอันดับ 3 ของยุโรป 2 สมัยและนักเตะบราซิลโอนสัญชาติส่วนใหญ่ก็เล่นอยู่กับสโมสรแห่งนี้ ซึ่งถือว่ามีความเข้าขารู้ใจกันเป็นอย่างดีแน่นอนทัศนะ : เกมนี้ทั้งสองทีมมีเป้าหมายที่ต่างกันเจ้าถิ่นต้องการ 3 แต้มเพื่อหนีตกชั้น ส่วนกิเลนผยองต้องการ 3 แต้มเพื่อขยับเข้าใกล้แชมป์ไทยลีก จึงถือเป็นเกมที่สนุกเเละน่าติดตามอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามยังมองว่าทีมเยือนมีความมั่นใจและศักยภาพที่ดีกว่า ซึ่งน่าจะเป็นฝ่ายครองเกมบุกอย่างหนักและเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะไปในที่สุด ,เป๊ป จับโคลารอฟเล่นเซ็นเตอร์แบ็คนับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมเรือใบ ทีมชาติอังกฤษบ็อบบี้ มัวร์พรีเมียร์ลีกมาร์ติน คีโอว์นอล็กซานเดอร์ โคลารอฟเป๊ป กวาร์ดิโอล่าเกมนี้ บาร์เซโลน่า จัด 3 แนวรุก ลิโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์ และ หลุยส์ ซัวเรซ ลงเล่นพร้อมกันในลีกเป็นครั้งแรกของฤดูกาล โดยตั้งใจแก้ตัวจากที่เปิดบ้านแพ้ อลาเบส มาในเกมก่อนช่วงทดเวลาบาดเจ็บทีมชาติไทยมาได้ประตูปิดท้ายจากจังหวะที่ วรชิต อาศัยความขยันไล่บอลจากนายด่านออสซี่ก่อนตัดได้และยิงง่ายๆเข้าไป จบเกมทีมชาติไทย U-19 ถล่ม ออสเตรเลีย U-19 ไปขาดลอย 5-1 ตีตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเป็นที่แน่นอนแล้วโดยประเทศไทยมีโอกาสทำอันดับเพิ่มเเละจะมีโควต้าในรอบแบ่งกลุ่มเพิ่มมาอีก 1 ทีมเช่นกัน (2+2) แต่ปัจจุบันไทยไม่มีทีมสโมสรเหลืออยู่ในการแข่งขันระดับทวีปในฤดูกาลนี้ จึงไม่สามารถทำคะแนนเพิ่มในส่วนของสโมสรแล้ว ทว่ายังสามารถทำคะแนนเพิ่มในส่วนของ ทีมชาติไทยเฮดทูเฮดทั้งสองทีม เพิ่งเคยพบกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ มีรายงานจากสื่อท้องถิ่นประเทศโคลอมเบียถึงเงินรางวัลทีมชนะรอบแรกจะได้นัดละ 50,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 1.7 ล้านบาท , เสมอได้ทีมละ 30,000 เหรียญสหรัฐ ( 1 ล้านบาท ) ส่วนทีมแพ้ได้ 17,000 เหรียญสหรัฐ ( 5.78 แสนบาท )สำหรับ ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จะทำการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ที่จะพบกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2559 ที่ มุฮัมมัด บิน ซัยยิด สเตเดียม กรุงอาบูอาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ พบ อิรัก วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2559 ที่ ปาส สเตเดียม กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่านผลบอล บุนเดสลีกา เยอรมันเวลา 01:00 น. โวล์ฟบวร์ก 1-5 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์เวลา 01:00 น. อิงโกลสตัดท์ 0-2 ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ตเวลา 01:00 น. ไฟร์บวร์ก 1-0 ฮัมบูร์กเวลา 01:00 น. ดาร์มสตัดท์ 1-1 ฮอฟเฟ่นไฮม์รายชื่อนอร์ทแธมป์ตัน:อดัม สมิธ(GK),เบรนแดน โมโลนี่ย์,อเล็กซานเดอร์ ไดมอนด์,กาเบรียล ซากัวนี่,เดวิด บูคาแนน,แฮร์รี่ บิวตี้แมน,แจ็ก แม็คคอร์ท,แม็ทธิว เทย์เลอร์,เค็นยี กอร์เร่,แซม ฮอสกิ้นส์,อเล็กซ์ รีเวลล์ บราซิลฟิลิปเป้ คูตินโญ่ลิเวอร์พูลเปเล่โดยรูปเกมถือว่าเปิดฉากมาทั้งสองทีมสู้กันได้อย่างสนุกสูสี และเป็นทางเจ้าบ้าน จิ้งจอกสยาม ที่มาได้ประตูขึ้นนำห่างไปก่อนถึงสองประตูจาก ชินจิ โอกาซากิ (นาที 17,34) ก่อนจะมาโดน แกรี่ เคฮิลล์ โขกช่วงทดเจ็บ ทำให้จบ 45 นาที เลสเตอร์ เป็นฝ่ายขึ้นนำ เชลซี อยู่ที่ 2-1 พรีเมียร์ลีกรายงานสดเลสเตอร์ ซิตี้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เควิน เดอ บรุนเป๊ป กวาร์ดิโอล่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้กลายเป็นว่า วัตฟอร์ด มาออกนำอีกครั้ง 2-1 จากจังหวะยิงของ ฮวน คามิโล่ ซูนิก้า ในนาทีที่ 84 ทำให้สถานการณ์ของทีมปีศาจแดงกลับมาเครียดอีกครั้ง และในช่วงท้ายเกม ลูกทีมของ มูรินโญ่ ก็ไม่สามารถหาจังหวะทำประตูตีเสมอได้ ซ้ำยังมาโดนจุดโทษเป็นประตูฝังไปอีกจาก ทรอย ดีนี่ย์ จบเกมจึงเป็น วัตฟอร์ด ที่เอาชนะไป 3-1 ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด พบกับความพ่ายแพ้ 3 เกมติดต่อกัน。 พรีเมียร์ลีกสถิติลงเล่นเอฟเวอร์ตันแกเร็ธ แบร์รี่ไรอัน กิ๊กส์“ทีมไม่จำเป็นที่จะต้องอุ่นเครื่องอย่างเป็นทางการ แต่ต้องมีเกมเพื่อทดสอบทีม โดยเราสามารถหาทีมระดับสโมสรในท้องถิ่นที่พร้อมจะมาเป็นคู่อุ่นเครื่องกับเราได้ และผมได้แจ้งกับฝ่ายต่างประเทศ สมาคมกีฬาฟุตบอลแล้วว่าให้ช่วยจัดหาเตรียมเผื่อไว้ เพราะการฝึกซ้อมอย่างเดียวอาจจะได้ผลที่ไม่ดีนัก ในการเจอกับ ยูเออี และ อิรัก” “โค้ชเฮง” กล่าว ทีมชาติอาเซอร์ไบจานฟีฟ่าฟุตซอล เวิลด์คัพ 2016ฟุตซอลชิงแชมป์โลกฟุตซอลทีมชาติไทยศุภวุฒิ เถื่อนกลางโต๊ะเล็กช้างศึกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ : วิลลี่ กาบาเญโร่(GK), ปาโบล ซาบาเลต้า, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, จอห์น สโตนส์, กาแอล กลิชี่, แฟร์นันโด, อันเจลิโน่, อเล็กซ์ การ์เซีย, เฆซุส นาบาส, เลรอย ซาเน่, เคเลชี่ อีเฮียนาโช่ ,ผลบอล ลาลีก้าสเปนวันพุธที่ 21 กันยายน 2559เรอัล มาดริด 1-1 บียาร์เรอัลผู้ทำประตู: 0-1 บรูโน่ น.45 (จุดโทษ), 1-1 เซร์จิโอ้ รามอส น.48เวลา: 01.00 น.สนาม: ซานติเอโก้ เบอร์นาเบวถ่ายทอดสด: beIN Sport 1เรอัล มาดริด ที่ก่อนหน้านี้ทำสถิติชนะติดต่อกัน 16 นัด อดทำสถิติเพิ่มเมื่อทำได้แค่เปิดบ้านไล่ตามตีเสมอกับ บียาร์เรอัล ไป 1-1 โดยทีมเยือนออกนำไปก่อนจาก ลูกโทษของ บรูโน่ ในช่วงท้ายเกม และ ต้นครึ่งหลัง รามอส ก็มาพังประตูตีเสมอได้ แต่จบเกมไม่มีประตูเพิ่ม แบ่งแต้มกันไปทีมละ 1 คะแนนนาทีที่ 42 ทีมชาติไทยมาได้ประตูแซงนำ 2-1 จากจังหวะผิดพลาดของผู้เล่นออสเตรเลีย เป็น ศุภชัย ใจเด็ด ที่ตัดบอลได้ก่อนจิ้มง่ายๆเข้าไป และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้。

โปรแกรมฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2016 รอบ 16 ทีมสุดท้าย (ตามเวลาประเทศไทย)พุธ 21 ก.ย.59 = รัสเซีย VS เวียดนาม เวลา 05.30 น.พุธ 21 ก.ย.59  โคลอมเบีย VS ปารากวัย เวลา 08.00 น.พฤหัสบดี 22 ก.ย.59  = บราซิล VS อิหร่าน เวลา 05.30 น. พฤหัส 22 ก.ย.59  = สเปน VS คาซัคสถาน เวลา 05.30 น. พฤหัส 22 ก.ย.59= *โปรตุเกส VS *คอสตาริกา เวลา 08.00 น.ศุกร์ 23 ก.ย.59  = อาร์เจนติน่า VS ยูเครน เวลา 05.30 น. ศุกร์ 23 ก.ย.59= ไทย VS อาเซอร์ไบจาน เวลา 05.30 น.ศุกร์ 23 ก.ย.59  = อิตาลี VS อียิปต์ เวลา 08.00 น.,เริ่มเกมการแข่งขันในครึ่งแรกเข้าสู่นาที 6 ทีมเยือนฉลามชลได้โอกาสทักทายก่อน ปรินซ์ อัมโพนซ่าห์ ได้กลับตัวยิงในเขตโทษ บอลหลุดเสาไกลออกไปชาติที่เรียกตนเองว่า “ดินแดนแห่งไฟ” มีความนิยมชื่นชอบศึกโต๊ะเล็กไม่แพ้ประเทศไทยจนสามารถยกระดับขึ้นมาเป็นทีมระดับโลกในเวลาอันรวดเร็ว และในศึกชิงแชมป์โลกครั้งนี้ อาเซอร์ไบจาน นำทัพมาโดยภายใต้การคุมทีมของ มิลตินโญ่ กุนซือชาวบราซิล ที่ไม่เพียงเฮดโค้ชเป็นชาวบราซิลเเล้วในทีมชุดนี้ยังเต็มไปด้วยนักเตะโอนสัญชาติมาจากบราซิลร่วม 7 ราย ไม่ว่าจะเป็น ออกุสต้า, ฟาบิโอ โปเล็ตโต้, เอดูอาร์โด้, ฟิเนโอ, ติอาโก้ โบลินญ่า เเละวาสซัวร่า เลสเตอร์ ซิตี้ส่วนทีมเยือนจะไม่มี นัมเพย์ เมนดี้ แค่คนเดียว เกมนี้จะนำทีมโดย แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล แนวรับ เวส มอร์แกน, แดนนี่ ซิมสัน,โรเบิร์ต ฮูท และ คริสเตียน ฟลุค กองกลาง ดาเนียล อมาเต้ จับคู่กับ แดนนี่ ดริงวอเตอร์ แนวรุก ริยาด มาร์เรซกับ มาร์ค อัลไบร์ทตัน และคู่หน้า เจมี่ วาร์ดี้ จับคู่กับ อิสลาม สลิมานี่ กองหน้าค่าตัวสถิติของทีมนักเตะเลือดร้อนวัย 34 ปี ได้มีเรื่องมีราวกับ แอนดี้ ฮัลลิเดย์ เพื่อนร่วมทีม หลังจากเกมที่พวกเขาแพ้ให้กับ เซลติก 1-5 ในศึก สก็อตติช พรีเมียร์ ลีก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และแม้ว่าทั้งคู่จะเข้ามาขอโทษขอโพยกันเรียบร้อยแล้วในสนามซ้อม แต่ผู้จัดการทีม มาร์ค วอร์เบอร์ตัน ก็มองว่าทั้งคู่จำเป็นต้องถูกจับแยกกันสักพัก เพื่อรักษาบรรยากาศในสโมสรเอาไว้ลอริส คาริอุส นายทวารรูปหล่อของลิเวอร์พูล หายจากอาการบาดเจ็บลงประเดิมสนามให้ทีมได้เรียบร้อยในศึกลีกคัพที่บุกไปถล่มเอาชนะ ดาร์บี้ เค้าท์ตี้ 3-0 แต่มีสิ่งที่แย่งซีนกว่าฟอร์มนัดเปิดตัวของเขามิก้า ชูนวลศรี แนวรับลูกครึ่งแบงค็อก ยูไนเต็ด โชคร้ายเมื่อได้รับบาดเจ็บบริเวณเอ็นหัวเข่าซ้ายระหว่างเกมโตโยต้า ไทยลีก พบกับ เชียงราย ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งต้องลุ้นว่าจะพร้อมช่วยทีมชาติไทย ลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย นัดพบ ทีมชาติยูเออี เเละทีมชาติอิรัก ทันหรือไม่,กลับสู่ครึ่งหลังนาทีที่ 48 ไทย ได้ลุ้นทันที สรวิทย์ พานทอง เปิดบอลเข้าเขตโทษ สุขสันต์ มุ่งเป้า ทะยานโขกข้ามคานออกไปสภาพความพร้อมชัยนาท ฮอร์นบิล : เจ้าถิ่นที่กำลังลุ้นหนีตกชั้น แต่รายการฟุตบอลถ้วยอย่างโตโยต้า ลีก คัพ กลับสามารถผ่านเข้าถึงรอบตัดเชือกหลังเฉือน สุพรรณบุรี เอฟซี มา 3-2 ส่วนเกมนี้ได้รับข่าวดีเมื่อจะได้ จิระ เจริญสุข พ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีม ผนึกกำลังกับผู้เล่นตัวหลักในทีม อาทิ คาซูโตะ คูชิดะ, โช ชิโมจิ, อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์, รัชพล นาวันโน และ ซินาม่า ปงโกลล์ ดาวยิงตัวเก่งของทีม ,รายชื่อผู้เล่นวัตฟอร์ด: เอเรโญ่ โกเมส; มิเกล บริตอส, เซบาสเตียน โพรเดิ้ล, เคร้ก แคธคาร์ท; โฮเซ่ โฮเลบาส, ดารีล ยานมาต; วาลอน เบห์รามี่, เอเตียนน์ กาปู, โรแบร์โต้ เปเรย์ร่า; โอดิออน อิ๊กฮาโล่, ทรอย ดีนี่ย์แมนฯ ยูไนเต็ด: ดาบิด เด เคอา; คริส สมอลลิ่ง, เอริก ไบญี่, ลุค ชอว์, อันโตนิโอ วาเลนเซีย; ปอล ป็อกบา, มารูยาน เฟลไลนี่; อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เวย์น รูนี่ย์; ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ชลบุรี เอฟซี  ชนินทร์ แซ่เอียะ (ผู้รักษาประตู), ชลทิตย์ จันทคาม, คิม จอง พิล, นพนนท์ คชพลายุกต์, อลงกรณ์ ประทุมวงศ์, ปกเกล้า อนันต์, อดุล หละโสะ (C), เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, เลอันโดร อัสซัมพ์เซา, ปรินซ์ อัมโพนซ่า, โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ผลบอล โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีกเวลา 18:00 น. เชียงราย ยูไนเต็ด 0-3 แบงค็อก ยูไนเต็ดเวลา 18:00 น. สุโขทัย เอฟซี 0-1 บางกอกกล๊าส เอฟซีเวลา 19:00 น. ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 1-0 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด [ เลื่อน ]เวลา 19:00 น. ชัยนาท ฮอร์นบิล เอฟซี 1-2 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดเวลา 19:00 น. ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ เอฟซี 3-2 อาร์มี่ ยูไนเต็ดเวลา 20:00 น. บีบีซียู เอฟซี 1-0 บีอีซี เทโรศาสน [ เลื่อน ] ผลบอล ยามาฮ่า ลีก วัน ไทย“ก่อนหน้านี้เราเจออิรัก เขาเป็นแชมป์เอเชีย เราก็สามารถสู้ได้ เราเสมอทั้งสองนัดที่เจอ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้ แต่การเจอกับอิรักครั้งนี้ก็ไม่ง่าย เพราะเขาก็ไม่ประมาทเรา เขารู้จักทีมชาติไทย เราไม่ได้ไปเที่ยวกัน เรามีเป้าหมายที่จะก้าวข้ามหมายเลข 6 อย่างไร ผมเชื่อว่าทุกคนทำเต็มร้อย” โค้ชซิโก้ กล่าวคลิปบรรยากาศหลังเกม ลิเวอร์พูล บุกชนะ เชลซี คาบ้าน 2-1 ABOUT THE AUTHOR ถุงเท้าทองคำ ผู้ถ่ายทอดจิตวิญญาณของฝูงชน "นกลิเวอร์เบิร์ด" แห่งทุ่งหญ้าอาณาจักร เมอร์ซีย์ไซด์ ในสยามประเทศสำหรับผู้เล่นชุดแรกที่คาดว่าน่าจะลงสนามให้ทีมฟุตซอลไทย ประกอบด้วย คฑาวุธ หาญคำภา(ผู้รักษาประตู), เลิศชาย อิสราสุวิภากร, กฤษดา วงษ์แก้ว, อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ และ ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง โดยที่ จิรวัฒน์-ศุภวุฒิ ยิงไปแล้วคนละ 4 ประตูในเวิล์ดคัพครั้งนี้นี่คือวิดีโอการเล่นของรูนี่ย์ในวันนี้ (ที่แฟนๆเค้าแซว)Wayne Rooney today pic.twitter.com/8lYvDLJqHX,ภาคใต้ (4 ทีม) รอบแรกกลุ่มภาคใต้ : เมืองคอน ยูไนเต็ด, สุไหงปาดี เอฟซี, สุราษฎร์ ยูไนเต็ด, นิวบอล สตูล เอฟซี ดานี่ อัลเวสบาร์เซโลน่าหลุยส์ เอนริเก้อเล็กซ์ วิดัลเซร์จี้ โรแบร์โต้ เริ่มเกมการแข่งขันในครึ่งแรก ทีมชาติอาเซอร์ไบจาน เปิดเกมเพรสซิ่งใส่ทันที เเละเพียงนาที 1 ไทยเกือบเสียประตูเมื่อ ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง จ่ายพลาดให้ ฟิเนโอ้ ยิงด้วยขวาแต่ คฑาวุธ หาญคําภา ยังปัดไปได้อย่างเหลือเชื่อภาคตะวันออก (21ทีม) รอบแรกสายที่ 1 : หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง, นวนคร เอฟซี, โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา สายที่ 2 : นาเม่ ยูไนเต็ด, สิริโรจน์ เอฟซี, เทศบาลตำบลเขาบายศรี สายที่ 3 : ทราฟ มาบตาพุด เอฟซี, บ้านค่าย ยูไนเต็ด, ตะเคียนเตี้ย เอฟซี สายที่ 4 : สมาคมฮากกา, เทศบาลตำบลเกาะขวาง, สโมสรพัฒนาเอฟซี สายที่ 5 : ระยอง ซิตี้, อีสาน พัทยา, บ้านบึง โรเวอร์ สายที่ 6 : เทศบาลเมืองแสนสุขเม้งการยาง เอฟซี, ปากช่องซิตี้, สมาคมกีฬาบางปะกง สายที่ 7 :สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี, พัทยา ซิตี้คลับ, เทศบาลตำบลแสลง。

Will 2019 see an increased chance for military confrontation in Asia?

Flashpoints and Arms Races to Watch in 2019

In this Friday, April 13, 2018, file photo released by Military News Agency, Taiwan’s President Tsai Ing-wen, second from left, inspects on a Kidd-class destroyer during a navy exercise off the northeastern port of Su’ao in Yilan County, Taiwan. Tsai boarded a navy destroyer to review military drills ahead of planned war games by rival China.

Credit: Military News Agency via AP, File

The 2019 security outlook for Asia, as in past years, is dominated by a number of regional flashpoints that include the Korean Peninsula, the South and East China Seas, as well as the Taiwan Strait, all of which have the potential to trigger a military confrontation. Nonetheless, there appears to be a reduced risk for open military clashes in all of the four cases in the next 12 months.

Simultaneously, 2019 will likely see an intensification of the war in Afghanistan, amid ongoing peace negotiations?and?the suggested withdrawal of 7,000 U.S. troops from the country;?the presidential election scheduled for the spring?may be postponed. Other areas our readers should watch include:?a possible uptick in violence in Jammu and Kashmir as a result of the 2019 Indian general elections (especially in combination with large-scale, ostensibly Pakistani-sponsored terror attacks, which might compel Indian Prime Minister Narendra Modi to retaliate more forcefully in 2019 than in a non-election year), the usual chance of South Asian border disputes getting out of control, ?and increased naval competition between India, China, and Pakistan in the Indian Ocean. Naval competition is especially noteworthy as all three states are in the process of fielding, or already have deployed, nuclear-armed submarines.

Overall, 2019 will see a general diffusion of military capabilities in the Indo-Pacific region without any single state being capable of dominating the region militarily. While China will remain the region’s top military power, it qualitatively still cannot compete with the much smaller South Korean and Japanese militaries, let alone U.S. forces. In turn, the United States is no longer capable of militarily dominating the region as it had during the 1990s and 2000s. Consequently, an uneasy balance of power is expected to prevail in the region.

Flashpoints

First, should North Korea continue to refrain from further testing of nuclear weapons or long-range missiles, 2019 will most likely be dominated by summit diplomacy with North Korean leader Kim Jong Un possibly parlaying face-to-face with Russia’s Vladimir Putin, Japan’s Shinzo Abe, South Korea’s Moon Jae-in, and the United States’ Donald Trump.? Conversely, a major known unknown will be the reaction of the U.S. president once it will become clearer in 2019 that Pyongyang will not relinquish its nuclear deterrent.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Second, while the United States, along with its regional allies and partners, will continue to carry out freedom of navigation operations (FONOP)?challenging excessive maritime claims in the South China Sea that will draw the ire of Beijing, the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) and China are expected to complete the first draft of a South China Sea Code of Conduct in 2019. Following a steady Chinese military buildup in the contested waters over the past years, an uneasy military stalemate will likely continue to hold throughout the next 12 months.

Third, after tensions between China and Japan in the East China Sea spiked in 2012, last year saw a number of Chinese intrusions into Japan’s contiguous marine zone. Yet, the past 14 months have nevertheless seen a marked diffusion of bilateral tensions — a trend expected to continue into 2019. Both countries will push on with the implementation of East China Sea crisis management and communication mechanisms, officially agreed to in December 2017. Chinese President Xi Jinping will also make his first official visit to Japan in June 2019.

Fourth, while China has stepped up its military pressure on Taiwan throughout 2018, including long-range bomber patrols?and naval exercises in close vicinity to the island (the People’s Liberation Army openly seeks readiness to invade Taiwan by 2020), a cold peace between Taipei and Beijing is likely to prevail throughout 2019. Nonetheless, the Taiwan Travel Act, a U.S. law enacted to revitalize reciprocal visits between the U.S. and Taiwan by high-level government officials and signed into law in 2018, as well as a $1 billion U.S. arms package for Taiwan, is bound to increase tensions throughout 2019.

The 2019 Arms Races

All Asian powers are expected to continue their military modernization programs throughout 2019 with six regional states likely making the 2019 top 10 global military spenders’ list. Here are several military hardware developments worth keeping an eye on:

First, India is expected to induct its most advanced nuclear-capable intercontinental ballistic missile (ICBM), the Agni-V,?to date in the first quarter of 2019. With its increased range and accuracy, the introduction of this new weapon system could pose a problem for long-term strategic stability in Asia. India is also expected to conduct its first real nuclear deterrence patrol in 2019. Long term strategic stability could be further undermined by Pakistani efforts to field a submarine-launched cruise missile (the Babur-3) and a medium-range ballistic missile?fitted with multiple independently targetable re-entry vehicles, or?MIRVs.

Second, China will continue to produce units composed of one of the region’s most advanced long-range air defense system, the Russian-made S-400?Triumf?(NATO reporting name: SA-21 Growler)?into service, which will significantly boost the People’s Liberation Army anti-access capabilities, especially around Taiwan. (Taipei, meanwhile, will continue its development of an indigenous submarine force ?as well as push for the sale of F-35Bs.) China’s first domestically designed and built aircraft carrier, the Type 002 (CV-17), could also enter service as early as the fourth quarter of 2019 further boosting China’s blue water navy capabilities. Notably, the next 12 months may also witness the first operational deployment of a hypersonic glide vehicle (HGV), the DF-17, with significant implications for strategic relations in Asia.

Third, Russia is back as a major military power in the Asia-Pacific. In 2019, the Russian Eastern Military District — the military arm responsible for operations across the Pacific — is expected to receive more than 6,240 pieces of new and upgraded military equipment. 2019 will likely see the delivery of the nuclear-powered ballistic missile submarine Knyaz Vladimir, the Russian Navy’s first upgraded Project 955A?Borei II-class boomer, to the Pacific Fleet. ?Russia’s Strategic Missile Forces are also slated to receive their first HGV in 2019. Additionally, the first batch of Sukhoi Su-57 fighter aircraft, Russia’s first indigenously designed and built fifth-generation stealth fighter jet, is expected to be be delivered to the Russian Air Force in late 2019. Finally, Russia is expected to commission its largest nuclear-powered icebreaker in 2019, whose primary mission will be to clear passages for ship traffic on the Northern Sea route, which runs along the Russian Arctic coast from the Kara Sea to the Bering Strait.

Fourth, the air forces of Australia, Japan, and South Korea will also continue to induct their fleets of F-35A Lightning II Joint Strike Fighters in 2019. These aircraft will primarily serve as platforms for long-range air-to-surface/air-to-air standoff missiles. The Diplomat readers should pay special attention to these weapons systems as they will be an important factor in determining the military balance in East Asia and beyond. Other noteworthy developments to keep an eye on in 2019 are bilateral drills involving Japan’s recently stood up Amphibious Rapid Deployment Brigade, South Korea’s continuous development of its?Kill-Chain pre-emptive strike capabilities, and Australia’s SEA 1000 Future Submarine Program.

Another important development to follow will be Japanese deliberations over the procurement of?vertical or short takeoffs and vertical landings F-35Bs and to convert the?Izumo-class of helicopter destroyers into full-fledged aircraft carriers to accommodate the new aircraft. Additionally, readers should pay special attention to Vietnam’s defense deals in 2019. Russia and Vietnam are in final talks over the purchase of 24 Su-35S “Flanker-E” multirole fighter jets — assumed to be delivered in two batches of 12 — with details of the contract reportedly finalized during the visit of Russian Defense Minister Sergei Shoigu to Hanoi in January 2018. Negotiations over the acquisition of two S-400?Triumf? batteries are purportedly also at an advanced stage.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The United States is expected to maintain a similar force posture in the Asia-Pacific as in 2018 with no major changes save for the deployment of an additional three-ship amphibious ready group (ARG) into the region. Additionally, the U.S. will maintain its continuous bomber presence mission as well as its only forward-deployed? Nimitz-class supercarrier, along with no significant increase or decrease of U.S. ground forces in the Asia-Pacific region. Notably, however, the U.S. could quietly begin negotiating with Japan and South Korea over the deployment of future U.S. ground-launched ballistic and cruise missiles on their territories following the termination of the INF treaty, which could make 2019 a particular eventful year for nuclear diplomacy in Asia. 2019 will also likely see the first deployment since 2017 of a Littoral Combat Ship to the region.

While next year will not see a Rim of the Pacific Exercise (RIMPAC), and scaled down Foal Eagle and Key Resolve exercises, The Diplomat readers should follow the first ever tri-services joint exercises between India and the United States in 2019, the first ASEAN-U.S. Maritime Exercise, ?as well as the annual iterations of the Russia-China “Peace Mission” and “Joint Sea” military drills. Interestingly, the 23rd rendition of the Malabar naval exercise, involving aircraft and ships from Indian Navy, the U.S. Navy, and the Japan Maritime Self Defense Force, is expected to take place in Japanese waters for the first time in 2019.

Outlook

Notably, the absence of a single dominating regional military power in combination with the proliferation of advanced military capabilities in the Asia-Pacific region increases the chances of miscalculation when it comes to assessing the costs and benefits of limited war. The Asia-Pacific region will remain the most militarized region in the world in 2019. The three largest defense budgets in the world are in countries with significant military assets in the region:?the United States, China, and Russia.

This should not distract from the optimistic outlook that 2019 will likely see a reduced risk for military confrontation. The Diplomat readers should, however, keep in mind: Despite our best efforts, the next major military confrontation in the Asia-Pacific, like most military conflicts, will almost certainly come as an apparent surprise and when least expected.

Franz-Stefan Gady is a Senior Editor with the The Diplomat and Senior Fellow with the East West Institute. He tweets @hoanssolo.?