Pacific Money

wsb betting: China Powers “Two World” Economy

ราคา บอล นี้, กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยว่ากรีซวางแผนจะเลื่อนการชำระเงินคืนหนี้สินตามกำหนด 4 งวดในเดือนมิ.ย. เป็นการชำระรวมงวดเดียวจำนวน 1.5 พันล้านดอลลาร์ในวันที่ 30 มิ.ย. ทางด้านธนาคารกลางกรีซระบุว่า รัฐบาลกรีซได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อ IMF เพื่อขอเลื่อนการชำระหนี้งวดเดือนมิ.ย.อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลประกอบการในครึ่งปีหลังกลับมาฟื้นตัวขึ้นดีกว่าครึ่งปีแรก จากยอดคำสั่งผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ของลูกค้าที่ทยอยเข้ามาต่อเนื่อง อีกทั้งมีลูกค้ารายใหญ่อีก 1 รายจะเปิดตัวโมเดลรถยนต์ใหม่ในช่วงไตรมาส 3/58 ซึ่งจะทำให้ยอดการผลิตของบริษัทเพิ่มขึ้นรวมถึงยังมีคำสั่งผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่เข้ามาเสริม ซึ่งคาดว่ายอดขายชิ้นส่วนเครื่องจักรกลทางการเกษตรของทั้งตลาดในปีนี้จะเพิ่มเป็น 7.1 หมื่นล้านบาทจากปี 57 อยู่ที่ 6.5 หมื่นล้านบาทอย่างไรก็ตาม บริษัทยังมั่นใจว่ากำไรสุทธิจะเติบโตในทิศทางเดียวกับรายได้ เนื่องจากการควบคุมต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและค่าเงินบาทที่อ่อนค่าทำให้รายได้จากต่างประเทศที่เข้ามาเพิ่มขึ้นเมื่อแปลงสกุลเป็นเงินบาทจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 35-40% และอัตรากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 16% ซึ่งใกล้เคียงกับปี 56 อยู่ที่ 16.4%พร้อมทั้งชูนโยบายและแผนการดำเนินงานของก.ล.ต. โดยกำหนดกลยุทธ์ 6 ด้านในงานแถลงข่าว คือ ,สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.1250 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.1165 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์ลดลงที่ 1.5314 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.5352 ดอลลาร์สหรัฐJAS Trading buy ปิด 5.75 แนวรับ 5.7-5.5 แนวต้าน 6.0-6.2ทั้งนี้บริษัทฯยังคงเป้าหมายผลประกอบการปี 58 ทั้งรายได้และกำไรจะทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องจากปีก่อน ขณะที่ปีก่อนบริษัทมีรายได้ 1,930.28 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 210.47 ล้านบาท โดยคาดว่าทั้งรายได้และกำไรจะเติบโต 15% โดยปัจจุบันบริษัทฯมีงานที่อยู่ระหว่างรอผลประมูลราว 2 พันล้านบาท ซึ่งบริษัทฯคาดหวังจะได้งานในส่วนนี้ราว 30-40%อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมั่นใจว่ากำไรสุทธิจะเติบโตในทิศทางเดียวกับรายได้ เนื่องจากการควบคุมต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและค่าเงินบาทที่อ่อนค่าทำให้รายได้จากต่างประเทศที่เข้ามาเพิ่มขึ้นเมื่อแปลงสกุลเป็นเงินบาทจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 35-40% และอัตรากำไรสุทธิจะอยู่ที่ 16% ซึ่งใกล้เคียงกับปี 56 อยู่ที่ 16.4%อย่างไรก็ตาม จุดแข็งดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากระดับอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ลดลง ทั้งนี้ การพิจารณาอันดับเครดิตยังคำนึงถึงลักษณะของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นวงจรขึ้นลงและมีการแข่งขันสูงด้วย สรุปแนวโน้มหุ้นที่น่าจับตาประจำวันที่ 4 มิ.ย. 58หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง นำโดยหุ้นเอ็กซอนโมบิล ปรับลง 0.9% ส่วนหุ้นทรานส์โอเชียน และหุ้นไดมอนด์ ออฟชอร์ ดริลลิง ต่างก็ร่วงลงกว่า 1.8%,หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงเช่นกัน โดยหุ้นธนาคารเวลส์ ฟาร์โก ดิ่งลง 1.4% และหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ปรับลง 0.9% ขณะที่นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ รวมถึงตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ค. และสินเชื่อผู้บริโภคเดือนเม.ย.เนื่องจากโครงการเกี่ยวกับ ICT ของภาครัฐชะลอและเลื่อนออกไป ทำให้ไม่มีงานประมูลใหม่ๆเข้ามา โดยงาน ICT ของภาครัฐเป็นรายได้หลักของบริษัท ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศที่ยังซบเซามีผลต่อรายได้ของบริษัทอีกด้วย อย่างไรก็ตาม บริษัทจะรักษาอัตรากำไรสุทธิปีนี้ไว้ที่ 8-10% จาก 9.9% ในปีก่อน โดยจะเน้นควบคุมต้นทุนอย่างมีปประสิทธิภาพแนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ สะท้อนถึงการคาดการณ์ว่าบริษัทจะยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันและฐานะการเงินเอาไว้ได้ในระยะปานกลาง โดยอัตรากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 15% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมของบริษัทไม่ควรต่ำกว่า 10% นอกจากนี้ อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนยังคาดว่าจะอยู่ในช่วง 50%-60% แนวรับ 11.00/10.80 แนวต้าน 11.50/11.80อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับ 300,000 รายเป็นสัปดาห์ที่ 13 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง ขณะที่นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ รวมถึงตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ค. และสินเชื่อผู้บริโภคเดือนเม.ย. ทริสฯเพิ่มอันดับเครดิตองค์กร SPCG เป็น A- จาก BBB+ แนวโน้ม Stable, แนะนำซื้อ PTTGC โดยมีแนวรับที่ 67.00 และ 66.50 และมีแนวต้านที่ 70.00 และ 71.000 เป็นจุดขายทำกำไร。 ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯของไทยมีในปี 2558 มีทิศทางที่ผันผวน (แต่มีแนวโน้มอ่อนค่าในเดือนพฤษภาคม) แต่คงระดับอยู่ที่ 32-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่หลายๆ ประเทศในอาเซียน ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป ค่าเงินมีแนวโน้มอ่อนค่า ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้ไทยส่งออกสินค้าได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตามในช่วงเดือนพฤษภาคม 2558 อัตราแลกเปลี่ยนของไทยเริ่มอ่อนค่ามาอยู่ในระดับ 33.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถ้าอัตราแลกเปลี่ยนในครึ่งปีหลังยังคงอ่อนค่าต่อเนื่องจากเดือนพฤษภาคม จะทำให้สถานการณ์การส่งออกสินค้าของไทยในปี 2558 ดีขึ้น แนะนำซื้อ TPIPL โดยมีแนวรับที่ 2.80 และ 2.76 และมีแนวต้านที่ 3.00 และ 3.04 เป็นจุดขายทำกำไร GFM15:18900 ปรับตัวลดลงมาทดสอบแนวรับที่ 18900 แต่เราแนะนำให้ขายสถานะ Long ใน GFM15 ออกที่บริเวณ 18900 หลังจากราคาทองคำหลุดแนวรับที่ US$1185 ลงไป และแนวโน้มของ GFM15 ยังมีความเสี่ยงในการปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับถัดไปที่ 18600。

ในปี 2557 ยอดขายของบริษัทอยู่ที่ 8,542 ล้านบาท ลดลง 37% จากปีก่อน ยอดขายที่ลดลงเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศและบริษัทเปิดขายโครงการใหม่น้อยลง ในขณะที่ยอดขายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2558 เท่ากับ 2,721 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 132% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทริสเรทติ้งคาดว่ายอดขายของบริษัทจะกลับมาอยู่ที่ระดับ 8,000-11,000 ล้านบาทต่อปีได้ในช่วงปี 2558-2560นักบริหารเงินเปิดเผยถึงค่าเงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ (5 มิ.ย.) ที่ระดับ 33.72/73 บาท/ดอลลาร์ จากเปิดตลาดช่วงเช้าที่ระดับ 33.75/76 บาท/ดอลลาร์ ตลาดรอปัจจัยใหม่เกี่ยวกับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่จะประกาศคืนนี้ และการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ในสัปดาห์หน้าทั้งนี้หลังจากมติ กพช.ออกมาแล้ว ทางสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนได้ยื่นหนังสือไปถึงกพช.เพื่อขอให้พิจารณาแนวทางการช่วยเหลือ SPP ดังกล่าวใหม่ เพราะเป็นปัญหาต่อผู้ประกอบการที่ไม่สามารถทำอัตราค่าไฟฟ้าได้เท่ากับที่ภาครัฐรับซื้อจากกลุ่ม IPP ประกอบกับการรับซื้อไฟฟ้าในปริมาณเพียง 20% ของกำลังการผลิตนั้นนับว่าเป็นระดับที่ไม่เหมาะสมเพราะปริมาณน้อยเกินไป โดยเห็นว่าปริมาณรับซื้อต่ำที่สุดควรอยู่ระดับ 60 เมกะวัตต์แรงซื้อที่เข้ามาน่าจะมาจากนักลงทุนรายสถาบันที่เข้ามาซื้อหุ้นขนาดใหญ่ อย่าง PTT, KBANK ทำให้ตลาดฯไม่ปรับตัวลง ส่งผลให้นักลงทุนกล้ากลับเข้ามาซื้อหุ้นขนาดกลางและเล็ก สัญญาณทางเทคนิคจึงเป็นสัญญาณซื้อได้, SET Index ล่าสุดปิดที่ 1,500.66 จุด บวกขึ้นมาได้ 9.76 จุด ด้วยมูค่าซื้อขาย 1.81 หมื่นล้านบาท โดยวันนี้หุ้นในกลุ่มพลังงานได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ พร้อมกับหุ้นในกลุ่ม Big Mid Cap วันนี้ อย่างกลุ่ม ICT กลุ่มอสังหาฯ กลุ่ม ธ.พ. และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ที่เริ่มทำจังหวะฟื้นตัวได้ต่อเนื่องใน 2 วันหลังที่ผ่านมา ทำให้ภาพการขึ้นของดัชนีวันนี้ดูมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้นROBINS (TP65.6*) : Support 45.5/44 Resistant 48.5/52ทั้งนี้เพื่อให้การปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพจึงกำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการเข้มงวดกวดขันในการป้องกันปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายตามที่อ้างถึงไว้โดยเคร่งครัด โดยให้ประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารที่ได้รับมอบหมาย และเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดSET Index: กลับมาดูดีถ้าปิดยืนเหนือ 1500 ได้ ,ด้านนายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนว่า ว่า ดัชนียังมีแนวโน้มอ่อนตัวลงเพื่อทดสอบแนวรับ 1,460 จุด แต่เป็นจังหวะในการเข้าซื้อสะสมระยะกลาง-ยาว เพื่อหวังการฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐบาลรวมถึงจะเสนอโครงการสร้างคลัง LNG ในรูปแบบ FSRU ขนาด 3 ล้านตัน/ปี ที่ อ.จะนะ จ.สงขลาด้วย เพื่อสร้างความมั่นคงพลังงานทางภาคใต้ หลีกเลี่ยงผลกระทบจากการปิดซ่อมแหล่งก๊าซเจดีเอ ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ในบางช่วงเวลาด้วย,ราคาปิด 6.05 แนวรับ 6-5.90 แนวต้าน 6.20-6.25 , 6.35-6.45、cashmio casino、MILL (2.04 บาท)สัญญาณ: ซื้อเครื่องชี้: ดีแนะนำ: เก็งกำไรเร็วความเห็น: แรงเหวี่ยง 2.16; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 1.98 ,ICHI(BUY:[email protected]): ช่วง2Q58เข้าHigh Season คาดโตโดดเด่นYoY +เริ่มจำหน่ายเครื่องดื่มที่อินโดตั้งแต่เดือนเม.ย. ดังนั้นช่วง5ปีนี้คาดมีEPS โตเฉลี่ยปีละ10.2%หนุนโดยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายตลาดไปต่างประเทศและปัจจุบันUpside 15.7%จึงแนะนำซื้อ ดัชนี 1,500.66 เปลี่ยนแปลง +9.76 จุด มูลค่าการซื้อขาย 18,194ลบ.สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ปัจจัยสนับสนุนที่อาจเกิดขึ้น หากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในวันที่ 10 มิถุนายน 2558 พร้อมกับจับตาการประชุมองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (OPEC) ในวันที่ 5 มิถุนายน 2558 หากมีมติลดกำลังการผลิตลง คาดราคาน้ำมันจะปรับตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และส่งผลบวกต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน รวมถึงดัชนี SET Index และในวันเดียวกันรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรฯ ถ้าออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาด อาจทำให้เกิดจิตวิทยา (Sentiment) เชิงบวก เนื่องจากตลาดจะเลื่อนคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ (Fed Fund) ออกไป นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง มั่นใจว่า การเบิกจ่ายงบลงทุนปีงบประมาณ 2558 จะทำได้ใกล้เคียงกับเป้าหมาย หลังจากล่าสุด ถึงวันที่ 29 พ.ค. 2558 เบิกจ่ายภาพรวมได้ 1.66 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 64.7% เป็นการเบิกจ่ายงบประจำ 1.47 ล้านล้านบาท หรือ 67.6% และเป็นการเบิกจ่ายงบลงทุน 1.87 แสนล้านบาท หรือ 41.7% ของงบลงทุนทั้งหมด 4.49 แสนล้านบาท ถือเป็นการเบิกจ่ายสูงกว่าช่วงเดียวกันก่อนมากที่เบิกจ่ายได้ 20-22%SENA (4.14 บาท)? กสิกรฯคาด กนง.รอบนี้คงดอกเบี้ย 1.5% รอประเมินผลอีกระยะหลังลดไป 2 รอบด้านงบลงทุนในปีนี้บริษัทตั้งไว้ที่ 600-700 ล้านบาทสำหรับการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรในโรงงาน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ไตรมาส 3/58 เป็นต้นไป ส่วนการเข้าไปลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในต่างประเทศอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนในปีนี้ SET Index: 1500.66 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 1500 จุด แต่มูลค่าการซื้อขายยังไม่สูงมาก ทำให้การฟื้นตัวของ SET Index ยังมีความเสี่ยงในการถูกขายทำกำไรที่บริเวณแนวต้าน 1495-1500 จุดลงไปทดสอบแนวรับที่ 1470 และ 1450 จุด แต่เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างรายสัปดาห์ที่เรากำหนดให้แนวรับสำคัญที่ 1495-1500 จุดเป็นแนวรับสำคัญ ปรากฎว่า โครงสร้างในรายสัปดาห์กลับขึ้นมาดูดีขึ้นอีกครั้ง จึงทำให้การปรับตัวเพิ่มขึ้นมาปิดยืนเหนือระดับ 1500 จุดได้ในวันนี้ จะกลายเป็นสัญญาณในเชิงบวกของตลาด และแนวโน้มของ SET Index จะมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1600 จุดศูนย์วิจัยกสิกรไทย เห็นว่า กนง.น่าจะรอติดตามผลของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ภาคเศรษฐกิจจริงที่อาจจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง อันสอดคล้องกับความเห็นของ รมว.คลัง ที่ส่งสัญญาณถึงความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า โดยมองว่านโยบายการเงินในปัจจุบันผ่อนคลายเพียงพอที่จะดูแลการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่การปรับลดดอกเบี้ยลงอีกจะกระทบต่อผู้ออมเงิน。

A recent report tells investors to think of the global economy in terms of “two separate narratives.”

“We are moving away from a U.S. – or Europe-led world to a world led by China,” writes Stephen King, Chief Global Economist at HSBC in a report released on Wednesday.

HSBC’s Emerging Market Index for the last quarter of 2012 tells investors to think of the global economy in terms of “two separate narratives.” The first is the “old world” consisting of the U.S. and Europe, which continue to experience an ongoing deleveraging. The second is the “new world” consisting of the “structurally dynamic” emerging markets in general, but China in particular.

In fact, HSBC projects that “China will make its biggest-ever contribution to global growth in 2014.”

Part of this is attributable to a slight improvement in China’s economy, which HSBC expects will grow by 8.6% in 2013, up from 7.8% in 2012. Although this is more robust than the 5.4% growth rate HSBC expects from the emerging markets as a whole, it is still a slower rate of growth than China experienced in the pre-financial crisis era.

Still the slower rate of growth is not as consequential as one might expect, at least in terms of China’s impact on the world economy. This is because the Chinese economy is much larger than it was when it was growing by double digit growth rates. “As a result,” King writes, “although its own growth rate may have slowed, its contribution to global growth is on the rise.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

King illustrates this trend by pointing to the increase many countries have experienced, in terms of the percentage of their GDP that comes from their exports to China. This is especially true for countries located near China and, to a slightly lesser extent, commodity producing economies. For example, whereas South Korea’s exports to China amounted to just 3.5% of GDP in 2000, 12% of Seoul’s GDP came from its exports to Beijing in 2012.

It was hardly alone. In fact, a HSBC report from November of last year noted that every country in Asia except for India had seen its export exposure to China—exports to China as a percentage of a country’s total exports—increase between 2006 and 2011. The increase was especially striking in Australia, given its location and commodity production. According to Saul Eslake, chief economist at Bank of America’s Merrill Lynch division in Melbourne, Australia ships about 28% of its exports to China and Beijing indirectly sets the price that other countries pay for another 30% of Australia’s exports.

HSBC also singled out Malaysia and Singapore as other Asian nations whose export exposure to China has grown in recent years. Not surprisingly, non-Asian countries that have seen the largest increase in their exposure to exports to China are typically commodity producers, the report said, explicitly listing Chile, Kazakhstan, Saudi Arabia, and Angola. Angola is a particularly interesting case. With a GDP of U.S. $101 billion in 2011, Angola has become China’s fourteenth most important source of imports, the report says, ahead of countries like France, Canada, Italy, the UK, and even India, which borders on China and boasts an economy over 18 times as large (U.S.$1.85 trillion) as Angola’s. In light of this, HSBC concludes that, “the lack of trade between India and China must count as one of the great missed opportunities of recent years.”

But if India’s paucity of trade with China makes it an outlier in Asia, it would be quite at home in the “old world” nations in North America and Europe.

“The ‘old world’ has yet to catch the China express,” HBSC writes. Indeed, U.S. exports to China are only 0.7% of Washington’s GDP, with Canada, France, and Italy roughly equivalent. On the other hand, the U.K.’s exports to China are even lower, making up just 0.4% of London’s gross output. Germany’s far better than other members of the EU in this (and most other) regards, with about half of EU exports to China coming from Germany, according to the European Council on Foreign Relations (ECFR).  The same ECFR report, published in May of last year, estimated that just under 7% of German exports go to China, making it Germany’s third largest export market after the EU and the U.S.

Still HSBC cautioned against putting too much stock into this, noting that: “Germany’s heightened trade relationship with China has been absolutely swamped by an even bigger increase in its dependency on the rest of Europe.”

Thus is the reality of a two world economy.

Zachary Keck is assistant editor of The Diplomat. He is on Twitter: @ZacharyKeck.