China, What's Next?

โปรโมชั่น เครดิตทดลองเล่นฟรี 1000: China’s Challenges: Environment

สลากกินแบ่ง สด ๆ,พร้อมกันนั้น บริษัทวางแผนจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ในช่วงปลายปีนี้ มูลค่าไม่เกิน 2 พันล้านบาท โดยจะนำโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าประเภทโรงแรมทั้งของ PF และบมจ.แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ (GRAND) ขายให้เป็นสินทรัพย์ของกอง REITแต่หากเกิดเหตุสุดวิสัยใด ๆ ที่ทำให้ผู้ประกอบการรายใดไม่สามารถมาจ่ายเงินได้ ก็จะต้องรับผิดชอบด้วยการถูกปรับตามเกณฑ์ที่กำหนด ไม่มีการผ่อนผัน และทาง กทค.จะนำใบอนุญาตที่มีปัญหาดังกล่าวมาเปิดประมูลใหม่คำแนะนำ: เราแนะนำให้ Open Long ใน ITDH16 ที่แนวรับ 7.10-7.00 เพื่อคาดหวังการฟื้นตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 7.40 และ 7.50 เก็งงบ บจ. เก็บหุ้นปันผล SET พรุ่งนี้บวกต่อ แนวต้าน 1,294、ทั้งนี้ไทยสมายล์คาดว่าปีนี้จะทำรายได้ราว 1.2 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนมีรายได้ราว 6 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 6% ของรายได้รวมของการบินไทยนางลาการ์ดเรียกร้องให้มีการสร้างระบบความปลอดภัยทางการเงินระดับโลกที่แข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อที่จะสามารถเข้าถึงทรัพยากรทางการเงินได้ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตหรือยากลำบากKBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,437.81 ล้านบาท ปิดที่ 164.00 บาท ลดลง 1.00 บาทดัชนี SET อยู่ที่ 1,299.67 จุด +7.90 จุด +0.61% ปริมาณซื้อขาย 20,700 ลบ.CPF ราคาไต่ระดับทำจุดต่ำที่สูงขึ้น โดยหลังพักฐานมาแถว 17.9 ก็พลิกตัวขึ้นมาเหนือกลุ่มเส้นค่าเฉลี่ย ซึ่งเรียงตัวเชิงบวก ล่าสุดราคาทำจุดสูงระยะสั้น ด้าน MACD ยกตัวเหนือค่าเฉลี่ยของตัวเองอยู่ในแดนบวก สนับสนุนโอกาสที่ราคาจะยกตัวเข้าทดสอบกรอบบนช่องคู่ขนาน,ทั้งนี้ TPBI ได้ยื่นขอเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 100 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปเพิ่มกำลังการผลิต เป็นเงินทุนหมุนเวียนกิจการและใช้เป็นเงินทุนสำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต、sontje hansen fifa 20、ทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้รวมของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 4,000-4,500 ล้านบาทในปี 2558 และในระหว่างปี 2559-2561 คาดว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งมาจากการโอนคอนโดมิเนียมในโครงการ TEMPO Grand Sathorn-Wuttakard อัตรากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 5%-6% เป็น 8% ในช่วงปี 2559-2561 เงินทุนจากการดำเนินงานคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเช่นกันจากระดับ 200-300 ล้านบาทต่อปีในปี 2557-2558 เป็น 450 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2559-2561 อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากการขยายโครงการอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ภาระหนี้ดังกล่าวน่าจะอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยคาดว่าบริษัทจะรักษาอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนให้ต่ำกว่า 55% ในระยะ 3 ปีข้างหน้า สภาพคล่องซึ่งสะท้อนได้จากอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมและอัตราส่วนกำไร (ก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) ต่อดอกเบี้ยจ่ายคาดว่าจะอ่อนตัวลง ทั้งนี้ ในระหว่างปี 2558-2561 อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 25% ในขณะที่อัตราส่วนกำไร (ก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) ต่อดอกเบี้ยจ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 7 เท่า ,นอกจากนี้ ยังคาดการณ์กำไรหลักปี 59 และ 60 เติบโตน่าประทับใจ ส่วนคาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลงวดปี 59 อยู่ในระดับที่ดีเป็น 6.7% ECF เผยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นเดินเครื่องผลิตแล้วทั้งนี้บริษัทยังไม่มีแผนจะซื้อหุ้น BCP คืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงมากตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาจากความกังวลการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ฯ แม้บริษัทจะมีกระแสเงินสดอยู่ราว 1 หมื่นล้านบาทก็ตาม เนื่องจากบริษัทยังมีแผนลงทุนในโครงการต่างๆ อีกมากเพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทในอนาคตของทั้งในส่วนธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ,สถานีบริการน้ำมัน และ non-oil, ไบโอดีเซลและเอทานอล รวมถึงธุรกิจไฟฟ้าทั้งนี้ นักลงทุนจับตาดูความเคลื่อนไหวของรัสเซียมาโดยตลอด นับตั้งแต่มีข่าวว่าซาอุดิอาระเบียได้เสนอให้ผู้ผลิตน้ำมันทั่วโลกพร้อมใจกันลดกำลังการผลิต 5% เพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันตกต่ำจากสาเหตุของปริมาณน้ำมันล้นตลาดทั้งนี้การปรับลดลงของดัชนีความเชื่อมั่น ยังไม่ถึงขั้นเป็นการส่งสัญญาณขาลง เนื่องจากยังคงอยู่ในระดับสูงเกินกว่าของเดือน พ.ย.2558 ที่ 74.6 จุด จึงไม่น่าจะมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนโดยรวมบริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD ระบุว่า บริษัทได้ขายหุ้นทั้งหมดใน TV Direct (Malaysia) Sdn. Bhd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อม มูลค่า 3 ล้านบาท เพื่อลดภาระการขาดทุนในงบการเงิน โดยเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.58 บริษัท ทีวีดี เซอร์วิสเซส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้น 100% ได้ตกลงทำการขายหุ้นบริษัทย่อย 1 แห่ง คือ TV Direct (Malaysia) Sdn. Bhd. ซึ่งดำเนินธุรกิจค้าขายส่งเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือน และอื่นๆในมาเลเซียดังนั้น ขั้นตอนต่อไปจึงต้องปฎิบัติตามมติคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เมื่อวันที่ 1 ก.พ.59 ที่ผ่านมา ให้นำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ กสท.ในวันที่ 8 ก.พ.59 เพื่อพิจารณาลงมติเพิกถอนใบอนุญาตของไทยทีวี และแจ้งธนาคารกรุงเทพ (BBL) ในฐานะผู้ออกหนังสือค้ำประกันการประมูลให้ชำระเงินตามหลักทรัพย์ค้ำประกัน ได้แก่ เงินประมูลทุกงวดวงเงิน 1,634.4 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยจะต้องชำระทันทีภายใน 30 วัน หลังจากมี กสท.มติ หากไม่ชำระก็จะเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องต่อไป,โดยลูกค้าแฮปปี้สามารถเติมเงินและซื้อโปรเสริมได้ที่ตู้เติมเงิน บุญเติม ที่มีจำนวนกว่า 65,000 ตู้ทั่วประเทศ นับเป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่ลูกค้าระบบเติมเงินสามารถซื้อโปรเสริมผ่านตู้เติมเงินอัตโนมัติ ได้ง่ายๆ ทันทีหลังการเติมเงินนายซิกวาร์ท โวส เอริคเซน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC และ นายสมชัย สูงสว่าง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART ผู้ให้บริการตู้ บุญเติม ร่วมกันเปิดตัวบริการซื้อโปรเสริมผ่านตู้ บุญเติม เพื่อขยายช่องทางเพิ่มความหลากหลายของบริการและความสะดวกสบายยิ่งขึ้นให้กับลูกค้าแฮปปี้ทั้งฐานกว่า 23 ล้านเลขหมาย。

คำค้นดอลล่าร์ตลาดเงินนิวยอร์กยูโร บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320ด้านนางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า ทางบลจ.กรุงไทยได้มีการหยุดการลงทุนหุ้น CPALL ไปแล้วตั้งแต่มีประเด็นความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของบริษัทเกิดขึ้น หลังจากนายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ยินยอมเข้ารับการเปรียบเทียบจากการอาศัยข้อมูลภายในการซื้อหุ้น MAKRO โดยทางนางชวินดา ในฐานะที่เป็นกรรมการสมาคมบริษัทจัดการลงทุน จะสอบถามกับทางนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน อีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องการหยุดลงทุนในหุ้น CPALL และหุ้นอื่นในเครือ CP ซึ่งในเร็วๆนี้จะมีการประชุมสมาคมบริษัทจัดการลงทุนคาดว่าจะมีการหารือในเรื่องดังกล่าว、 เคาะ 4 หุ้นเด็ด P/E ต่ำ-ปันผลสูง-เก็งผลประกอบการดีต่อเนื่องถึง Q1/59GENCO (1.69 บาท)คำแนะนำ: เราแนะนำให้ Open Long ใน ITDH16 ที่แนวรับ 7.10-7.00 เพื่อคาดหวังการฟื้นตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 7.40 และ 7.50 2. เก็งผลประกอบการ ไตรมาส4/58 เด่น TPCH KAMART MTLS GL, ADVANC หนีพึ่ง DTAC ทำโรมมิ่งคลื่น 1800 กันลูกค้า 2G ซิมดับ แนวรับ : 26.00 และ 25.75มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 39,842.93 ล้านบาท,GENCO สำหรับโครงการดังกล่าวมีบริษัท อีซีเอฟ โฮลดิ้งส์ จำกัด (ECFH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เป็นผู้เข้าลงทุนใน ECF Tornado Energy Godo Kaisha ในสัดส่วน 51%ดัชนีที่สูงกว่า 50 จะบ่งชี้ว่ากิจกรรมภาคบริการของจีนมีการขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า และหากตัวเลขต่ำกว่า 50 แสดงให้เห็นถึงภาวะหดตัวด้านการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นครั้งนี้จะทำให้กำลังการกลั่นน้ำมันรวมในปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ราว 9.7 หมื่นบาร์เรล/วัน จากเฉลี่ย 1.13 แสนบาร์เรล/วันในปีที่แล้ว ขณะที่คาดว่าค่าการกลั่น (GRM) ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน จะทำได้ราว 6-7 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากราว 8-9 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปีที่แล้ว จากปริมาณน้ำมันดีเซลที่ทั่วโลกยังมีอยู่มาก ขณะที่โรงกลั่นของบริษัท สามารถกลั่นดีเซลได้ในปริมาณสูงราว 50% และกลั่นน้ำมันเบนซินได้ราว 18% ส่วนในปีนี้จะมีผลกระทบจากสต็อกน้ำมันหรือไม่นั้น ยังต้องรอดูราคาน้ำมันในช่วงสิ้นปีนี้อีกครั้ง ขณะที่ปีที่ผ่านมามีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันกว่า 4 พันล้านบาทขณะที่ ใช้การหลุด 4.06 เป็น stop lossพร้อมให้แนวรับที่ 0.56 และ 0.55 บาท และมีแนวต้านที่ 0.65 และ 0.70 เป็นจุดขายทำกำไร ส่วน STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 0.53 ลงไปPTTGC (TP68*): Support 51/49 Resistance 56/58。 โดยไทยและศรีลังกามีศักยภาพที่สามารถขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกันในสาขาต่างๆ ได้ อาทิ ด้านอัญมณีและเครื่องประดับ ด้านการประมง ด้านยาและเวชภัณฑ์ ด้านอุตสาหกรรมเกษตร และด้านการท่องเที่ยว เป็นต้นระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 46-51 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อนส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 45.50 บาทตลาดหุ้นนิวยอร์กได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตวัตถุดิบและกลุ่มอุตสาหกรรม โดยหุ้นอัลโค อิงค์ หุ้นฟรีพอร์ท-แมคมอแรน ต่างก็พุ่งขึ้นอย่างน้อย 10% ขณะที่หุ้นแคทเทอร์พิลลาร์ ปรับขึ้น 4.3% หุ้นเจนเนอรัล อิเล็กทริก ปรับตัวขึ้น 1.8% ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มผู้ผลิตวัตถุดิบได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกว่า การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์จะช่วยกระตุ้นราคาสินค้าโภคภัณฑ์และช่วยหนุนผลกำไรของบริษัทข้ามชาติให้ฟื้นตัวขึ้นด้วย。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’